การติดอาวุธรับมือภัยคุกคามยุค “อาคิรุซซะมาน”

4

การติดอาวุธรับมือภัยคุกคามยุค “อาคิรุซซะมาน”

ยุคปัจจุบันซึ่งเราทุกคนเชื่อว่ามันคือยุค “อาคิรุซซะมาน” (ยุคสุดท้ายของโลก) เป็นยุคที่เต็มไปด้วยวิกฤตการณ์อันเลวร้ายต่างๆ ความเสื่อมทรามทางด้านศีลธรรมปรากฏให้เห็นเต็มหน้าแผ่นดิน สงครามต่างๆ ที่ศัตรูของอิสลามกำลังใช้เพื่อเผชิญหน้ากับบรรดามุสลิมนั้น ปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงสงครามทางด้านอาวุธเพียงเท่านั้น แต่ยังมีอีกสงครามหนึ่งซึ่งเรียกว่า “สงครามทางด้านวัฒนธรรม” และ “สงครามทางด้านแนวคิด” มันคือการรุกรานและเป็นการทำลายล้างทางด้านวัฒนธรรมและศีลธรรม ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งเลวร้าย และสร้างความหายนะให้กับมนุษยชาติโดยเฉพาะประชาชาติมุสลิมมากยิ่งกว่าสงครามทางด้านอาวุธ

การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดและปลอดภัยจากการจู่โจมและการรุกรานทางด้านวัฒนธรรมและความคิดจากฝ่ายศัตรูในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจและความมีไหวพริบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบรรดาเยาวชนหนุ่มสาว การมีความรู้และความเข้าใจต่อยุคสมัยและสภาพความเป็นไปของมันเท่านั้นที่ทำให้เราสามารถดำรงตนให้อยู่รอดปลอดภัยจากความเบี่ยงเบนทางด้านศีลธรรม การเบี่ยงเบนทางแนวความคิด และปลอดภัยจากปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้จิตวิญญาณของเราเกิดความป่วยไข้ได้

ท่านอะมีรุลมุอ์มีนีน (อ.) ได้กล่าวกับท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) ผู้เป็นบุตรชายว่า :

یا بنی اِنّه لابُدّ لِلْعاقِل اَنْ ینظرُ فی شانِه فَلْیحفِظُ لِسانه ولْیعرِف اهل زمانِه

“โอ้ลูกรักของพ่อ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีสติปัญญา ที่เขาจะต้องพิจารณาใคร่ครวญในกิจการของตนเอง โดยที่เขาจะต้องระวังรักษาลิ้น (วาจาคำพูด) ของตน และจะต้องรู้จักบรรดาผู้ที่อยู่ในยุคสมัยของตนเอง”

ท่านอิมามญะฟัร ซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า :

اَلْعَالِمُ بِزَمَانِهِ لاَ تَهْجُمُ عَلَيْهِ اَللَّوَابِسُ

“ผู้ที่มีความรู้เท่าทันต่อยุคสมัยของตนเองนั้น ความผิดพลาด (และความลึกลับซับซ้อน) ทั้งหลายจะไม่จู่โจมมาสู่เขา”

ท่านอิมามมูซา กาซิม (อ.) ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า :

وَجَدْتُ عِلْمَ النَّاسِ فِي أَرْبَعٍ : أَوَّلُهَا : أَنْ تَعْرِفَ رَبَّكَ وَ الثَّانِيَةُ : أَنْ تَعْرِفَ مَا صَنَعَ بِكَ وَ الثَّالِثَةُ : أَنْ تَعْرِفَ مَا أَرَادَ مِنْكَ وَ الرَّابِعَةُ :أَنْ تَعْرِفَ مَا يُخْرِجُكَ مِنْ دِينِكَ

“ฉันได้พบว่าความรู้ของมนุษย์นั้นอยู่ในสี่ประการ คือ (1) การที่ท่านจะรู้จักองค์พระผู้อภิบาลของท่าน (2) การที่ท่านจะรู้ว่าพระองค์ได้ปฏิบัติสิ่งใดต่อท่าน (3) การที่ท่านจะรู้ว่าพระองค์ประสงค์สิ่งใดจากท่าน และ (4) การที่ท่านจะรู้ว่าอะไรที่จะทำให้ท่านออกห่างจากศาสนาของท่าน”

ถ้าหากเรามีความรู้ในหลักคำสอนของอิสลามอย่างแท้จริง และมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อยุคสมัยและสภาวะเงื่อนไขต่างๆ ที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ แน่นอนยิ่งว่าเราจะปลอดภัยจากการรุกรานทางด้านวัฒนธรรม ศีลธรรมและแนวคิดจากบรรดาศัตรูได้ การรับเอาวิชาการและเทคโนโลยีต่างๆ จากศัตรูนั้นไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด เพราะวิชาความรู้ทั้งมวลนั้นมาจากพระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่คู่ควรต่อความรู้เหล่านั้นมากที่สุดก็คือผู้ศรัทธา(มุอ์มิน)

ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวว่า :

الْعِلْمُ ضَالَّةُ الْمُؤْمِنِ

“ความรู้นั้นคือสิ่งที่พลัดหลงไปจากผู้ศรัทธา”

แต่มุสลิมเราไม่มีสิทธิที่จะไปลอกเลียนแบบวิถีชีวิต แนวคิด และไม่มีสิทธิทีจะรับเอาวัฒนธรรมต่างๆ ของศัตรูอิสลามมาเป็นของตน หรือปฏิบัติตนเหมือนกับบรรดาผู้ปฏิเสธ

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสว่า :

لا تلبسوا لباس اعدائی ولا تطعموا مطاعم اعدائی و لا تسلکوا مسالک اعدائی فتکونوا اعدائی کما هم اعدائی

“พวกเจ้าจงอย่างแต่งกายด้วยอาภรณ์ของบรรดาศัตรูของข้า และจงอย่าบริโภคอาหารของบรรดาศัตรูของข้า และจงอย่าดำเนินไปตามแนวทางของบรรดาศัตรูของข้า มิเช่นนั้นแล้วพวกเจ้าก็จะเป็นศัตรูกับข้า เหมือนดังที่พวกเขาเป็นศัตรูต่อข้า”

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราในฐานะที่เป็นมุสลิมผู้ศรัทธามั่นต่ออัลลอฮ์ (ซบ.) จะต้องประกาศตนเป็นผู้บริสุทธิ์จากการลอกเลียนแบบวิถีการดำเนินชีวิตและการรับเอาวัฒนธรรมของศัตรูอิสลามทุกรูปแบบมาเป็นของตนเอง