สำนักคิดและนิกายในอิสลาม ตอน “สำนักคิดคอวาริจญ์”

7

สำนักคิดคอวาริจญ์

คำว่าคอวาริจญ์เป็นพหูพจน์ของคำว่าว่า คอริจญฺ มีความหมายถึง การขบถ และการแยกแตกออกมาโดยขัดแย้งกับผู้ที่เคยภักดี คำนี้ถูกใช้ในสองลักษณะด้วยกันคือความหมายโดยทั่วไปกับความหมายเฉพาะ ความหมายโดยทั่วไปใช้กับบุคคลซึ่งขบถต่อผู้นำที่ชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับของมวลมุสลิม”

ส่วนความหมายเฉพาะ หมายถึงบุคคลที่ขบถและทำสงครามกับท่านอะลี อ.ภายหลังสงครามซิฟฟิน จากสาเหตุความขัดแย้งในเรื่องการตัดสินความ

บุคคลกลุ่มนี้ได้หาข้อแก้ต่างโดยให้เหตุผลว่าผู้ที่ละเมิดด้วยกับการทำบาปนั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา อีกทั้งยังเป็นข้อบังคับทางศาสนาที่จะต้องทำสงครามกับผู้ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา มีการเรียกพวกคอวาริจญ์ว่า “มาริกีน” เช่นกัน

ที่มาของชื่อนี้อาจเป็นเหตุผลจากฮะดีษหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด ศ็อลฯ ได้กล่าวกับบุคคลหนึ่งที่ทักท้วงท่านในขณะที่กำลังแบ่งสินสงครามว่าท่านจัดสรรปันส่วนอย่างไม่ยุติธรรมว่า :
“จากสายเลือดของบุคคลนี้ จะมีกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นมา ที่พวกเขาจะออกจากศาสนาเหมือนดังที่ลูกธนูได้หลุดออกจากคันธนู”

คอวาริจญ์แม้จะนำเนื้อหาของอิสลามมาเกี่ยวข้องกับตน แต่แนวความคิดก็ไม่ได้การรองรับจากบางนิกายในอิสลาม ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีอะห์แต่อย่างใด

คำว่าคอวาริจญ์และมาริกีนเป็นชื่อที่ฝ่ายศัตรูของพวกเขาใช้เรียก แต่พวกเขาได้เรียกตัวเองว่า ชุรอต์ เป็นคำพหูพจน์ของชารี มีความหมายคือผู้ขายหรือผู้อุทิศ เพราะพวกเขาเชื่อโดยอุทิศชีวิตเพื่อพระเจ้าและโลกหน้า พวกเขาได้ยกเหตุผลด้วยกับโองการอัลกุรอานที่ตรัสไว้ว่า

“และส่วนหนึ่งของประชาชาติที่พวกเขาได้ขายชีวิตเพื่อแลกกับความพึงพอพระทัยของอัลลอฮ์”
(บทอัลบะเกาะเราะฮ์โองการที่ 207)

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงได้ซื้อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ศรัทธาโดยแลกสวรรค์ให้กับพวกเขา”
(บทอัตเตาบะฮ์ โองการที่ 11)

พวกเขาไม่ยอมรับชื่อที่เรียกพวกเขาว่ามาริกีน เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นกลุ่มคนอยู่ภายนอกศาสนา แต่กลับกล่าวหาฝ่ายที่เห็นต่างจากตัวเองว่าอยู่นอกศาสนาแทน

ความเชื่อบางประการของคอวาริจญ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาและการปฏิเสธศรัทธา

คอวาริจญ์ทั้งหมดถือว่าผู้ประพฤติบาปใหญ่ถือเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา(กาฟิธ) ซึ่ง ประเด็นความเชื่อนี้มีผลกระทบติดตามมาอย่างมีนัยสำคัญทางเทววิทยา ซึ่งโดยทั่วได้ถูกอธิบายไว้ในยุคหลัง สิ่งสำคัญที่ติดตามมาจากประเด็นดังกล่าวนี้ก็คือ
1. การประพฤติปฏิบัติถือเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ภายในของความศรัทธา
2. ไม่มีช่องว่างระหว่างความศรัทธาและการปฏิเสธศรัทธา ฉะนั้นมนุษย์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มด้วยกันคือเป็นผู้ศรัทธาหรือไม่ก็เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา
3. ความศรัทธามีระดับชั้นที่แตกต่างกันออกไปและระดับของความศรัทธาก็ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ความศรัทธาของผู้ที่ปฏิบัติในหลักข้อบังคับทางศาสนาอย่างครบถ้วนพร้อมกับละทิ้งสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างสมบูรณ์ ถือว่าบุคคลผู้นี้สูงส่งกว่าผู้ที่ปฏิบัติในหลักภาคบังคับทางศาสนาอย่างครบถ้วนเพียงอย่างเดียว
4. เนื่องจากการประพฤติปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา ฉะนั้นการปฏิบัติใดก็ตามที่ย้อนแย้งกับความศรัทธา ย่อมเป็นเหตุให้ออกนอกกรอบของความศรัทธา ตามทัศนะของพวกคอวาริจญ์ การประพฤติบาปใหญ่ถือเป็นการย้อนแย้งกับความศรัทธา
5. ผู้ประพฤติบาปใหญ่ถือเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ซึ่งจะต้องพบกับการลงโทษในไฟนรกอย่างนิรันดร์ในโลกหน้า