ปรัชญาและเป้าหมายของ “พิธีฮัจญ์” จากมุมมองของ “อิมามคาเมเนอี”

21

ปรัชญาและเป้าหมายของ “พิธีฮัจญ์” จากมุมมองของ “อิมามคาเมเนอี”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม อิมามคาเมเนอี กล่าวว่า

  • เป้าหมายของพระผู้เป็นเจ้าที่กำหนดพิธีฮัจญ์นั้น คือ การมอบแบบอย่างที่สมบูรณ์และมีทิศทางในการบริหารจัดการมนุษยชาติ
  • โครงสร้างภายนอกของพิธีฮัจญ์ มีลักษณะทางการเมืองโดยสมบูรณ์ ขณะที่เนื้อหาภายในของแต่ละส่วน ล้วนมีความเป็นจิตวิญญาณและการปฏิบัติอิบาดัตอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผลประโยชน์ของมนุษยชาติทั้งหมดได้รับการตอบสนอง และในปัจจุบันนี้ ผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประชาชาติอิสลาม คือ ความเป็นเอกภาพและการเสริมสร้างพลังร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลกอิสลาม ซึ่งหากมีเอกภาพเช่นนี้ ปัญหาในฉนวนกาซ่าและเยเมนก็คงจะไม่เกิดขึ้น
  • การมีมะอ์ริฟัตและความเข้าใจในเป้าหมายและมิติต่าง ๆ ของพิธีฮัจญ์สำหรับบรรดาผู้แสวงบุญ ณ บัยตุลลอฮ์อัลฮะรอม คือ อารัมภบทเบื้องต้นในการปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้อย่างถูกต้อง
  • การใช้คำว่า นาซ (มนุษย์) ในหลายโองการที่เกี่ยวข้องกับพิธีฮัจญ์ แสดงให้เห็นว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดพิธีฮัจญ์ไว้เพื่อมนุษยชาติทั้งหมด ไม่ใช่เพียงสำหรับชาวมุสลิมเท่านั้น ดังนั้น การประกอบพิธีฮัจญ์อย่างถูกต้องจึงเป็นการรับใช้ต่อมนุษยชาติ”
  • พิธีฮัจญ์เป็นภารกิจเพียงหนึ่งเดียวที่มีรูปร่างและโครงสร้างที่เป็นการเมืองโดยสมบูรณ์ เพราะว่า ในแต่ละปีผู้คนจะถูกรวมตัวกันในสถานที่และเวลาที่แน่นอน เพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะ ซึ่งการกระทำนี้มีอัตลักษณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง
  • นอกจากโครงสร้างที่เป็นการเมืองแล้ว เนื้อหาของแต่ละส่วนของพิธีฮัจญ์ยังมีความหมายทางจิตวิญญาณและการปฏิบัติศาสนกิจอย่างลึกซึ้ง โดยแต่ละส่วนมีนัยสัญลักษณ์และบทเรียนสำหรับชีวิตมนุษย์ในหลายมิติด้วยกัน”
  • การเฏาะวาฟ เป็นบทเรียนที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการหมุนเวียนรอบแกนหลักของเตาฮีด (ความเป็นเอกานุภาพของพระเจ้า) และสอนให้มนุษย์รู้ว่า การปกครอง ชีวิต เศรษฐกิจ ครอบครัว และทุกด้านของชีวิตจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเตาฮีด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น โลกก็จะปราศจากความโหดร้าย การสังหารเด็ก และความโลภ และโลกจะกลายเป็นสวนพฤกษาที่สวยงาม
  • การซะแอระหว่างศอฟาและมัรวะฮ์  ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่มนุษย์จะต้องวิ่งฝ่าภูเขาแห่งปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่หยุดนิ่ง หรือมีความลังเลใจ
  • การเดินทางไปยังทุ่งอะรอฟาต มัชอัร และมินา  เป็นบทเรียนสำหรับการเคลื่อนไหวตลอดเวลาและการหลีกเลี่ยงความเฉื่อยชา
  • การเชือดสัตว์พลี  ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของความจริงที่ว่าบางครั้งมนุษย์จะต้องยอมเสียสละสิ่งที่ตนเองรักที่สุด หรือแม้กระทั่งการเสียสละตัวเอง
  • การขว้างเสาหินที่ญะมะเราะฮ์ เป็นการย้ำเตือนจากพระผู้เป็นเจ้าให้มนุษย์รู้จักศัตรู ทั้งจากญินและมนุษย์ และเมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับชัยฏอน ก็ต้องทำลายมัน
  • การสวมใส่เสื้อผ้าอิห์รอม เป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนน้อมถ่อมตนและการทำให้มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกันต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า การกระทำทั้งหมดเหล่านี้ ล้วนเป็นการกำหนดทิศทางสำหรับการชี้นำการดำเนินชีวิตของมนุษย์
  • เป้าหมายของการรวมตัวในพิธีฮัจญ์ คือ การทำความเข้าใจและการเข้าถึงผลประโยชน์อันหลากหลายของมนุษย์  “ปัจจุบันนี้ ไม่มีผลประโยชน์ใดสำคัญไปกว่าความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชาติอิสลาม และหากมีเอกภาพ ประชาชาติอิสลามก็จะไม่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในฉนวนกาซ่าและปาเลสไตน์ และเยเมนก็จะไม่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้อีกด้วย”
  • ความแตกแยกของประชาชาติอิสลาม คือ ช่องทางให้พวกนักล่าอาณานิคม สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพวกที่ต้องการครอบงำ แสวงหาผลประโยชน์เหนือประชาชาติได้
  • ด้วยเอกภาพของประชาชาติ จะมีความมั่นคง ความก้าวหน้า การร่วมมือ และสามารถที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ และเราควรมองโอกาสแห่งฮัจญ์ด้วยสายตาเช่นนี้