อรรถาธิบายดุอาอฺประจำวันที่ 4 เดือนรอมฎอน 

1

อรรถาธิบายดุอาอฺประจำวันที่ 4 เดือนรอมฎอน 

بسم الله الر حمن الر حيم

اَللّـهُمَّ قَوِّنِى فِيهِ عَلَى اِقَامَةِ اَمْرِكَ وَاَذِقْنِى فِيهِ حَلَاوَةَ ذِكْرِكَ وَاَوْزِعْنِى فِيهِ لاِدآءِ شُكْرِكَ بِكَرَمِكَ وَاحْفَظْنِى فِيهِ بِحِفْظِكَ وَسَتْرِكَ يَا اَبْصَرَ النَّاظِرِينَ

ความหมาย

โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ข้า ฯ เพื่อการธำรงพระบัญชาของพระองค์ โปรดให้ข้า ฯ ได้ลิ้มรสความหวานชื่นแห่งการรำลึกถึงพระองค์ โปรดย้ำเตือนข้า ฯ ในการขอบคุณพระองค์ ด้วยเกียรติยศของพระองค์โปรดคุ้มครองข้า ฯ ด้วยการคุ้มครองและการปกปิดของพระองค์ โอ้ พระผู้ทรงมองเห็นยิ่งกว่าผู้มองเห็นทั้งหลาย

การอรรถาธิบาย

اللهمّ قوّنی فیهِ علی إقامَةِ أمْرِکَ

โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ข้า ฯ เพื่อให้ข้าฯสามารถปฏิบัติอะมั้ลอิบาดะห์และปฏิบัติคำสั่งใช้ของพระองค์ในเดือนรอมฎอนอันจำเริญได้อย่างดีที่สุด ซึ่งการทำอิบาดะห์นั้นต้องการพละกำลัง และพลังอิบาดะห์นั้นนอกเหนือจากความแข็งแรงของร่างกายแล้วยังต้องการพลังด้านจิตวิญญาณอีกด้วย พึ่งตระหนักว่าพลังของการทำอิบาดะห์ไม่ใช่พลังของความแข็งแกร่งของร่างกายเสมอไป

ท่านอิมามซัจญาด(อ)กล่าวบทดุอาอ์ในหนังสือศอฮีฟะตุลซัจญาดียะห์ บทดุอาอ์ที่ 44 ว่า
”واعنا علی صیامه”
โอ้พระองค์โปรดช่วยเหลือข้าฯในการถือศีลอดด้วยเถิด

ในเบื้องต้นหากพิจารณาในความหมายของบทดุอาอ์แล้วจะสามารถเข้าใจว่า

ประการแรก การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนั้นเป็นการปฏิบัติคำสั่งของพระองค์ นั้นก็คือการถือศีลอดอย่างแท้จริง ซึ่งในดุอาอ์บทหนึ่งกล่าวถึงการวิงวอนขอในสิ่งนี้ ว่า
“โอ้พระองค์โปรดช่วยเหลือให้อวัยวะและร่างกายของข้าฯห่างไกลจากการทำบาปและห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ไม่พึงประสงค์ด้วยเถิด ”
ดังนั้นตรงนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่า การถือศีลอดที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การอดน้ำอดอาหารเท่านั้น ทว่าอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจำต้องถือศีลอดด้วย และคำสั่งใช้ของพระองค์ที่ให้ถือศีลอดนั้นคือการถือศีลอดอย่างแท้จริง

ประการที่สอง ในทุกๆการกระทำนั้นจำต้องอาศัยพลังและความช่วยเหลือจากพระองค์ เนื่องจาก ว่า
”لا حول و لا قوه الا بالله العلی العظیم”
ไม่มีการเคลื่อนไหวและพลังอำนาจอื่นใดนอกจากพลังอำนาจของพระองค์ ผู้ทรงสูงส่งและทรงยิ่งใหญ่
ซึ่งหากพระองค์ไม่ทรงช่วยเหลือเราในเรื่องนี้ แท้จริงเราจะพบกับความล้มเหลวในทุกเรื่อง(ทั้งในเรื่องอิบาดะห์และไม่ใช่อิบาดะห์) ดังนั้นในวันนี้เราจึงวิงวอนขอจากพระองค์โปรดประทานความเข้มแข็งและพลังให้กับเราเพื่อจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์อย่างแท้จริง

เรื่องเล่า

เมื่อหลายปีก่อน มีชายชราคนหนึ่งอายุประมาณหนึ่งร้อยปี แต่เขายังยืนนมาซได้อย่างปรกติด้วยการควบคุมจิตใจให้ลุกขึ้นสู้ในการทำอิบาดะห์ ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ว่าพลังของอิบาดะห์มันเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากความแข็งแรงของร่างกาย

ความแข็งแกร่งและพละกำลังของท่านอิมามอะลี(อ)

รายงานกล่าวว่า ท่านอิมามอะลี(อ)ไม่สามารถที่จะหักขนมปังแห้งได้ แต่ท่านสามารถพิชิตประตูคัยบัรได้อย่างง่ายดาย และสร้างแบบอย่างแห่งความกล้าหาญขึ้นมา บรรดาสาวกถามว่า โอ้อะลี ท่านมีความแข็งแกร่งเช่นนี้ ทำไมท่านไม่สามารถหักขนมปังแห้งได้…… ท่านอิมามตอบว่า การพิชิตประตูคัยบัรเกิดจากพลังด้านจิตวิญญาณ แต่การหักขนมปังนั้นเกิดจากพลังของร่างกาย
(บิฮารุล อันวาร์ เล่มที่ 21 หน้า 26 )

ด้วยเหตุนี้ทั้งสองพลังจึงมีความต่างกัน ดังนั้นบางครั้งอาจจะมีบุคคลหนึ่งที่มีอายุหกสิบปีแต่พลังในการทำอิบาดะห์ของเขาจะมีมากกว่าบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาว ฉะนั้นในเดือนรอมฎอนจึงวิงวอนขอจากพระองค์โปรดประทานพลังในการทำอิบาดะห์ให้กับเรา

ในดุอาอ์กุเมล ได้กล่าวว่า
قَوّ عَلی خِدمَتِکَ جَوارحی
โปรดประทานพละกำลังในการรับใช้วิถีทางของพระองค์แก่อวัยวะของข้าฯด้วยเถิด

ประโยคถัดมา
وَ أَذِقْنِی فِیهِ حَلاَوَةَ ذِکْرِکَ
โอ้พระองค์ในเดือนรอมฎอนอันจำเริญนี้ ข้าฯ ยังมีคำวิงวอนอื่นๆอีก นั้นคือ โปรดให้ข้า ฯได้ลิ้มรสความหวานชื่นแห่งการรำลึกถึงพระองค์….. ได้ลิ้มรสความหวานชื่นเมื่อได้อ่านดุอาอ์กุเมล์….. ได้ลิ้มรสความหวานชื่นเมื่อได้อ่านดุอาอ์ อะบู ฮัมซะห์ ษุมาลี…… ลิ้มรสความหวานชื่นเมื่อได้อ่านดุอาอ์อิฟติตาห์…… ได้ลิ้มรสความหวานชื่นของการถือบวชในเดือนรอมฎอน ….และพึงรู้ว่าการทำอิบาะดห์ต่อพระองค์นั้นย่อมมีความหวานชื่น

ประโยคถัดมา
وَ أَوْزِعْنِی فِیهِ لِأَدَاءِ شُکْرِکَ بِکَرَمِکَ
โปรดย้ำเตือนข้า ฯ ในการขอบคุณพระองค์

การขอบคุณหมายถึงอะไร ? คือการเอือนเอ่ยวาจากเพียงอย่างเดียวหรือ ? ด้วยการกล่าว “ชุกรันลิลลาฮ์” คือการขอบคุณแล้วหรือ? การขอบคุณคือ การใช้นิอ์มัต(ความโปรดปราน)ที่พระองค์ให้มาไปในหนทางและสิ่งที่ถูกต้อง ใช้ในหนทางแห่งการเคารพภักดีพระองค์ หาใช่ใช้ในหนทางแห่งความผิดบาป การที่สายตาไม่มองยังนอมะห์รอม(คนที่แต่งงานได้)นั้น คือการขอบคุณอีกรูปแบบหนึ่ง หากหูไม่ฟังการนินทาและเสียงเพลงที่ต้องห้าม นั้นคือการขอบคุณของหู ถ้าหากปากไม่ทำการนินทาแล้วนั้นคือการขอบคุณนิอ์มัตที่พระองค์ให้มา

ประโยคถัดมา
وَ احْفَظْنِی فِیهِ بِحِفْظِکَ وَ سِتْرِکَ
โอ้พระองค์ ในเดือนรอมฎอนนี้ โปรดคุ้มครองข้า ฯให้พ้นจากการทำบาป และประทานโอกาสให้ข้าสามารถละทิ้งและห่างไกลจากการทำบาปด้วยเถิด พระองค์คือผู้ทรงปกปิดความผิดบาปต่างๆ โปรดให้การคุ้มครองข้าฯและอย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ความผิดบาปของข้าพระองค์

และประโยคสุดท้าย
یَا أَبْصَرَ النَّاظِرِین
โอ้ พระผู้ทรงมองเห็นยิ่งกว่าผู้มองเห็นทั้งหลาย โปรดประทานเตาฟิกและโอกาสให้ข้าฯ ห่างไกลและละทิ้งการทำบาปด้วยเถิด

โอ้พระผู้ทรงอภัยบาปทั้งหลาย โอ้พระผู้ทรงปกปิดความบกพร่อง โอ้พระผู้ทรงปัดเป่าความยากลำบาก โปรดช่วยเหลือเราด้วยเถิด…….. อามีน ยาร็อบบัล อาละมีน

แปลปละเรียบเรียงโดย เชคอิบรอฮีม อาแว