ความลับแห่งความสำเร็จของอิสลาม
ถ้าหากอิสลามมีรูปแบบทางจริยธรรมเหมือนกับสำนักคิดทางจริยธรรมอื่นๆ แล้ว จุดมุ่งหมายของมันก็เพียงเพื่อที่จะให้ข้อแนะนำทางจริยธรรม เสนอแนะ และตักเตือนเท่านั้น และตัวมันเองก็จะยุ่งเกี่ยวอยู่กับการเทศนาและการตักเตือนเท่านั้น ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบและจัดรวมทั้งสองอย่าง คือ จิตใจและความคิดเข้าด้วยกันได้ นั่นคือ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีทางแห่งประวัติศาสตร์
ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า สิ่งที่รวมเอาชาวมุสลิมไว้ดัวยกันนั้น คือ ความศรัทธา และความมีศาสนาของอิสลาม ท่านศาสดาผู้ประเสริฐ ได้แนะนำวิถีทางอันยิ่งใหญ่ซึ่งจะนาไปสู่เอกภาพนี้ซึ่งเป็นเอกภาพแห่งการศรัทธา ท่านได้นำผู้คนเข้ามาอยู่ใต้มาตรฐาน ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดยกเว้น อัลลอฮ์) แต่ท่านก็ยังไม่ได้พอใจต่อความศรัทธาและความเชื่อเพียงอย่างเดียว ท่านให้ความสนใจต่ออุปสรรคแห่งเอกภาพเช่นกัน ท่านได้ขจัดเครื่องกีดกั้นเหล่านั้น ขจัดปัญหาทั้งหลายเหล่านั้น ขจัดสาเหตุอันมากมายแห่งความไม่ปรองดองกันในจิตใจของผู้คน ขจัดสาเหตุอันมากมายแห่งความไม่ปรองดองกันในจิตใจของผู้คน ขจัดมูลเหตุเจตนาร้าย ขจัดความร้ายกาจของการอิจฉาริษยาและความปรารถนาที่จะแก้แค้น การเลือกที่รักมักที่ชังในเรื่องของสังคมและสิทธิส่วนบุคคลออกไป และเมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสมและอุปสรรคเหล่านี้ไม่มีอีกแล้ว เมื่อมีศรัทธาและความเชื่อและไม่มีความอยุติธรรมในการแบ่งปันส่วนแล้ว
ผลทั้งหมด ก็คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความเป็นพี่น้องกัน ความรักและความร่วมมือกันซึ่งตัวของมันเองจะมีมาโดยอัตโนมัติ แต่ไม่สามารถมีได้แม้ในบรรยากาศที่เหมาะสม ถ้ามีเครื่องกีดกั้นอยู่ หรือหากว่าเครื่องกีดกั้นไม่มีอยู่แต่ก็ไม่มีสถานการณ์ที่เหมาะสมอยู่ด้วย
ดังนั้น เราจะต้องไม่คิดว่า อิสลาม สมานฉันท์ผู้คนโดยอาศัยความศรัทธาแต่อย่างเดียว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ยิ่งกว่านั้น อิสลามยังขจัดอุปสรรค คือความอยุติธรรมในการแบ่งปันส่วนและรอยร้าวและความแตกต่างในสังคมอีกด้วย ถ้าหากอิสลาม กล่าวว่า
“จงมาสู่การแสดงความเสมอภาค ระหว่างเราและระหว่างพวกท่านเถิด เราจะไม่ทาการนมัสการนอกจากอัลลอฮ์และเราจะไม่ตั้งสิ่งใด (ในความเชื่อและการนมัสการ) เท่าเทียมพระองค์ ” (๓:๖๔)
นั่นก็หมายความว่า เราคงมุ่งสู่การศรัทธา ซึ่งเหมือนกันสำหรับพวกเราทุกคน ในนั้นมีความดีในนั้นมีความจริงและคุณประโยชน์
ดังนั้น จึงตามมาด้วย “และเราจะไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ทั้งสิ้น และเราจะไม่แต่งตั้ง (บางคน) ขึ้นมาเป็นผู้อภิบาล แก่อีกบางคน นอกจากอัลลอฮ์ ” และมุ่งหมายในความเสมอภาคอีกด้วย
ในการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านศาสดาได้บอกแก่เราว่า : “โอ้ ประชาชนของฉัน! แน่นอนพระผู้เป็นเจ้าของท่านนั้นมีหนึ่ง และแน่นอนบิดาของท่านก็มีหนึ่ง พวกท่านทั้งหมดมาจากอาดัม และอาดัมมาจากดิน ชาวอาหรับไม่ได้เหนือกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นอาหรับ (ไม่มีความเหนือกว่า) ยกเว้นโดย (มาตรการของ) คน ๆ หนึ่งมีความระมัดระวังและมีคุณธรรมต่อพระผู้เป็นเจ้า (ตักวา) ” ความเหนือกว่าจะได้มาจากความตักวาเท่านั้น
ดังนั้นท่านศาสดา (ซล.) จึงได้กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ ฉันได้บอกกับพวกท่านแล้วใช่ไหม ?”
“ ใช่ ” ผู้รับฟังของท่านตอบ
ดังนั้นคนที่มาอยู่ที่นี่จะต้องบอกกล่าวกับคนที่ไม่ได้มา ” ท่านศาสดาบอกกับพวกเขา







