ตัฟซีรกุรอานซูเราะฮ์ มะสัด (ตอนที่3)

27

ตัฟซีรกุรอานซูเราะฮ์ มะสัด (ตอนที่3)

مَا أَغْنَى عَنْهُ مَالُهُ وَمَا كَسَبَ

 ทรัพย์สมบัติของเขา และสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้นั้นมิได้อำนวยประโยชน์แก่เขาเลย 

และการลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้ามิได้ละเว้นสำหรับเขา

จากโองการเข้าใจได้ว่าอบูละฮับนั้นเป็นเศรษฐีและมีสมบัติมากมายเป็นคนยโสโอหัง และทระนงในทรัพย์สินของตนเอง มีความเพียรพยายามในการต่อต้านอิสลามสูง

อัล-กุรอานกล่าวอีกว่า

سَيَصْلَى نَارًا ذَاتَ لَهَبٍ

เขาจะเข้าไปเผาไหม้ในนรกที่มีไฟลุกโชน

ถ้าชื่อของเขาคือ อบูละฮับ ชื่อของไฟนรกที่เผาไหม้เขาคืออบูละฮับเช่นกัน เป็นเปลวไฟที่ลุกโชนและยิ่งใหญ่มาก แน่นอนไม่ใช่อบูละฮับเพียงคนเดียวที่ถูกลงโทษในไฟนรก แต่บรรดาพวกปฏิเสธทั้งหลายพึงสังวรไว้เถิดว่า ทรัพย์สิน และฐานะภาพทางสังคมของพวกเขาไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากไฟนรกและการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้าได้อย่างแน่นอน ดังที่อัล-กุรอานกล่าวว่า (วันกิยามะฮฺ) วันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานจะไม่อำนวยประโยชน์ได้เลย  เว้นแต่ผู้มาหาอัลลอฮฺด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส  (ชุอ์อะรอ /๘๘-๘๙)

ริวายะฮฺกล่าวว่า หลังจากสงครามบะดัรฺ ซึ่งเป็นสงครามที่บรรดามุชริกีนกุเรชพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่สุด ในสงครามดังกล่าวอบูละฮับไม่ได้เข้าร่วมด้วย เมื่ออบูสุฟยานได้กลับถึงมักกะฮฺเขาได้ถามเรื่องราวจากอบูสุฟยาน

อบูสุฟยานได้เล่าเรื่องราวความพ่ายแพ้ของบรรดามุชริกีนกุเรชที่มีต่อกองทัพของอิสลามให้ฟัง และได้พูดต่อว่าฉันขอสาบานต่อพระเจ้าว่า แท้จริงฉันได้เห็นกองทัพพร้อมม้าศึกได้กรีฑาทัพลงมาจากฟากฟ้าเพื่อช่วยมุฮัมมัด

อบูรอฟีอ์ ซึ่งเป็นคนรับใช้คนหนึ่งของท่านอับบาส กล่าว ฉันได้นั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับยกมือขึ้นและพูดว่าพวกนั้นเป็นมลาอิกะฮฺมาจากฟากฟ้า

อบูละฮับไม่สามารถทนฟังได้ประกอบกับจิตใจของเขาเป็นโรค เขาได้ตีฉันขณะนั้นภรรยาของท่านอับบาส (อุมมุฟัลฎ์)ได้เดินเข้ามาพอดี นางได้ใช้ไม้ฟาดศีรษะของอบูละฮับอย่างแรง และพูดว่า เจ้าผู้ชายขี้ขลาดคนนี้คนเดียวที่ชอบทำให้คนอื่นเขาหลงทาง ศีรษะของอบูละฮับได้แตกและมีเลือดไหลออกมา ต่อมาหลังจากนั้นเจ็ดวันบาดแผลของเขาได้ติดเชื้อ และมีเม็ดพลุพองขึ้นตามเนื้อตัวเต็มไปหมดคล้ายคนเป็นกาฬโรคและในที่สุดเขาได้ตายไปในสภาพเช่นนั้น อาการติดเชื้อของเขาอยู่ในขั้นรุนแรงถึงขนาดที่ว่าไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ศพของเขา ประชาชนต่างช่วยกันเอาน้ำฉีดศพในระยะที่ไกล ๆและเอาก้อนหินโยนใส่จนกระทั่งศพของเขาได้จมอยู่ใต้กองหิน

وَامْرَأَتُهُ حَمَّالَةَ الْحَطَبِ

ทั้งภรรยาของเขาด้วย นางเป็นผู้แบกฟืน

โองการข้างต้นได้กล่าวถึงสภาพภรรยาของอบูละฮับ (อุมมุญะมีล) กล่าวว่า ทั้งภรรยาของเขาด้วย นางเป็นผู้แบกฟืน  (เชื้อเพลิงนรก)

فِي جِيدِهَا حَبْلٌ مِّن مَّسَدٍ

ที่คอของนางมีเชือกถักด้วยใยอินทผลัม

ภรรยาของอบูละฮับ เป็นน้องสาวของอบูสุฟยานและเป็นอาของมุอาวิยะฮฺ นางเป็นผู้ช่วยเหลือสามีในการต่อต้านอิสลามและท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และไม่เคยละละการต่อต้านอิสลามแม้แต่นิดเดียว และการที่อัล-กุรอานกล่าวว่า นางเป็นผู้แบกฟืน  บางคนกล่าวว่า เนื่องจากว่านางเป็นคนชอบแบกพุ่มไม้ไว้บนไหล่ และนำไปทิ้งขวางทางท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จนเท้าของท่านศาสดาต้องได้รับบาดเจ็บเสมอ