โองการต่อไปนี้จะย้ำเตือนให้เห็นถึงคุณลักษณะของกลุ่มชนที่จะทำการกระซิบกระซาบดังนี้ว่า
مِن شَرِّ الْوَسْوَاسِ الْخَنَّاس
ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ
الَّذِي يُوَسْوِسُ فِي صُدُورِ النَّاس ِ
ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์
مِنَ الْجِنَّةِ وَ النَّاسِ
จากหมู่ญินและมนุษย์
การอรรถาธิบาย
คำว่า คอนนาซ อยู่บนรูปของการ มุบาละเฆาะฮฺ หมายถึงการพูดหรือการกระทำที่เกินเลย มาจากรากศัพท์ของคำว่า คุนูซุน หมายถึง การรวม หรือการถอยไปข้างหลัง และสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าชัยฏอนเมื่อได้ยินพระนามของอัลลอฮฺ (ซบ.) มันจะถอยหลังทันที
ด้วยเหตุนี้ ความหมายของโองการจึงเป็นเช่นนี้ว่า ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วร้ายผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ และขอหลบซ่อนอยู่ภายใต้การคุมครองของพระองค์
งานของชัยฏอนคือการประดับประดาด้วยยุแหย่ การปิดบังความเท็จด้วยความจริง การผสมผสานสิ่งโกหกกับความจริง การทำบาปกรรมในคราบของการเคารพภักดี และการทำให้หลงทางภายใต้การชี้นำ
สรุปทั้งตัวตนของชัยฏอน การงาน และโครงการต่าง ๆ ของมันล้วนปิดบัง ดังนั้น เป็นการเตือนบรรดาผู้ที่ใฝ่หาสัจธรรมทั้งหลายว่าพวกท่านต้องไม่รอที่จะเห็นตัวตนของชัยฏอน เนื่องจากมันได้กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ และหน้าที่หลักคือหลอกลวงให้โกหก ยุแหย่ให้หลงทางหรือโอ้อวดการงานที่ทำ หรือทำเหมือนผักชีโรยหน้า ชอบแสดงตนอวดคนอื่น และปกปิดความจริง
ประโยคที่กล่าวว่า จากหมู่ญินและมนุษย์ ได้เตือนสำทับว่า การกระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ นั้นไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเดียว และไม่ได้มาในรูปแบบเดียวกันทว่ากระจัดกระจายอยู่ในหมู่ของมนุษย์และญิน และมาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสามารถพบได้ในชนกลุ่มหน้าที่สำคัญสำหรับเราคือ การปกป้องตนเองให้ออกห่างจากมารเหล่านั้น และขอความคุ้มครองจากพระผู้เป็นเจ้าให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายของมาร
เพื่อนที่ไม่ดี มิตรที่พาให้หลงทาง ผู้นำที่หลอกลวงและกดขี่ สมุนของพวกกดขี่ข่มเหง บรรดาพวกปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้า นักเขียน และนักพูดที่ที่ชั่วร้าย แนวทางที่สุดโต่งทางความคิดที่เปิดเผยเล่ห์เหลี่ยม อุปการณ์และเครืองมือที่ใช้ในการยุแหย่ สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดและสิ่งที่คล้ายคลึงกันที่ยังไม่ได้กล่าวถึงล้วนมีความหมายครอบคลุมอยู่ในความหมายของ การกระซิบกระซาบในหัวอกทั้งสิ้น ซึ่งหน้าที่ของมนุษย์ต้องหลีกเลี่ยงและขอความความคุ้มครองจากพระผู้เป็นเจ้าให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายของพวกเขา
ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่าเมื่อโองการ
والذين اذا فعلوا فـاحشة او ظلموا انفسهم ذكروا اللّه فاستغفروا لذنوبهم
และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาำได้ทำความชั่ว หรือกดขี่ตนเองแล้วได้รำลึกถึงอัลลอฮฺ เพื่อวิงวอนขออภัยในความผิดของพวกเขา ถูกประทานลงมาอิบลิซได้วิ่งขึ้นไปบนยอดเขาที่มักกะฮฺ และได้ตะโกนเสียงดังเพื่อเรียกร้องให้บรรดาหัวหน้ากลุ่มต่าง ๆ มารวมตัวกัน
บรรดาหัวหน้าได้กล่าวว่า โอ้นายของเรา มีเรื่องอะไรหรือ ท่านจึงได้เรียกพวกเรามารวมกัน
ชัยฏอนพูดว่า โองการนี้ได้ถูกประทานลงมาอันเป็นโองการที่สร้างความปั่นป่วนให้พวกเรา ขณะเดียวกันเป็นการช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นความผิด เมื่อเป็นเช่นนี้ใครล่ะจะสามารถเผชิญหน้าได้
หนึ่งในบรรดามารร้ายได้พูดว่า ฉันสามารถเผชิญหน้ากับโองการดังกล่าวได้ และมันได้กล่าวถึงแผนการณ์ที่จะทำแต่อิบลิซไม่ยอมรับ
มารอีกตนหนึ่งได้ยืนขึ้นและกล่าวถึงแผนการณ์ของตน แต่ชัยฏอนไม่ยอมรับเช่นกัน
ขณะนั้น วัซวาซิคอนนาซ ได้ยืนขึ้นและพูดว่า ฉันจะเป็นคนทำเอง
อิบลิซถามว่า เจ้าจะทำอย่างไรหรือ
พูดว่า ฉันจะสัญญากับมนุษย์ให้พวกเขาหลงกล จนกระทั่งกระทำความผิด เมื่อทำความผิดแล้วฉันจะทำให้เขาลืมขอลุแก่โทษ
อิบลิซพูดว่า เจ้าสามารถทำงานนี้ได้ มันจึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กระซิบกระซาบในหัวอกมนุษย์ตราบจนถึงวันกิยามะฮฺ







