การแสวงหาปัจจัยยังชีพที่ “ฮาลาล” เปรียบเสมือนดั่ง “การญิฮาด”

25

การแสวงหาปัจจัยยังชีพที่ “ฮาลาล”  เปรียบเสมือนดั่ง “การญิฮาด”

ในศาสนาอิสลาม  การทำธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางสู่ความเป็นเลิศทางศีลธรรมและการบริการสังคมอีกด้วย ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และการหลีกเลี่ยงการฉ้อโกง เป็นหลักการที่ถูกบัญญัติในโองการแห่งพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน และวิถีชีวิตของบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์(อ.) อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของชาวมุสลิม

ธุรกิจมีบทบาทสำคัญในชีวิตของมนุษย์มาเป็นระยะเวลานาน และได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษในศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสำนักคิดชีอะห์

อิสลามเป็นศาสนาแห่งชีวิต และในคำสอนของอิสลาม การขวนขวายหาเลี้ยงชีพและสนองตอบความต้องการของชีวิตไม่เพียงแต่เป็นที่อนุญาตเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการทำอิบาดะห์อีกด้วย ท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า “ผู้ที่พยายามหาเลี้ยงครอบครัว ก็เหมือนกับผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของพระเจ้า” จากคำกล่าวนี้ได้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าที่ทางศาสนาและศีลธรรมอีกด้วย

มารยาททั่วไปทางธุรกิจในศาสนาอิสลาม

จากมุมมองของศาสนาอิสลาม ธุรกิจควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ความซื่อสัตย์ และความยุติธรรม หลักการสำคัญบางประการคือ:

ความซื่อสัตย์ในการทำธุรกรรม: ความจริงใจและการหลีกเลี่ยงการฉ้อโกงเป็นหลักการพื้นฐาน  ดั่งโองการที่ 1 ของ บท มุฏ็อฟฟีฟีน  ได้ประณามการโกงตราชั่งอย่างรุนแรง

وَيْلٌ لِّلْمُطَفِّفِينَ

(ความหายนะจงประสบแด่บรรดาผู้ทำให้พร่อง (ในการตวงและการชั่ง)

ความยุติธรรมและความเห็นอกเห็นใจ : การเคารพสิทธิของลูกค้าและลูกจ้างเป็นสิ่งสำคัญ ท่านอิมามอาลี (อ) ได้เน้นย้ำว่า “เจ้าควรจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างของเจ้า ก่อนที่เหงื่อของเขาจะเหือดแห้ง”

การหลีกเลี่ยงธุรกรรมที่เกี่ยวกับริบาอฺ (ดอกเบี้ย)และฮารอม: ในหลักนิติศาสตร์อิสลามได้สั่งห้ามมิให้หาเงินด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น ริบาอฺ การพนัน หรือธุรกรรมที่จะเกิดอันตรายต่อสังคม

การทำงานเพื่อพระผู้เป็นเจ้า: ความตั้งใจในการทำธุรกิจควรเป็นดั่งการสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้า และจุดประสงค์ควรเป็นการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นในเส้นทางแห่งความพึงพอใจของพระผู้เป็นเจ้า

 

หลักการทางธุรกิจในมุมมองของศาสนาอิสลาม

ในศาสนาอิสลาม การค้าและธุรกิจได้ถูกนำเสนอเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของชีวิตและการช่วยเหลือผู้อื่น แต่ควรตั้งข้อสังเกตว่าการทำธุรกรรมทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของคู่สัญญาและต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ตัวอย่างเช่น ในการทำธุรกรรม ผู้ขายจะต้องระบุคุณภาพของสินค้าให้ครบถ้วนและหลีกเลี่ยงการฉ้อโกงใดๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐศาสตร์และจริยธรรมในศาสนาอิสลาม

แง่มุมที่โดดเด่นประการหนึ่งของศาสนาอิสลามคือการไม่แยกเศรษฐศาสตร์ออกจากจริยธรรม ในคำสอนทางศาสนาของเรา ได้เน้นถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและความโปร่งใสในการทำธุรกรรม ธุรกิจไม่ควรเพียงแค่แสวงหาผลกำไรที่เป็นวัตถุเท่านั้น แต่ยังควรรับใช้สังคมด้วย นายจ้างต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมของตนด้วย

ในสำนักคิดของชีอะฮ์  จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อความยุติธรรมในการกระจายความร่ำรวย และหลีกเลี่ยงการสะสมความร่ำรวยมากจนเกินไป ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของท่านอิมามอาลี (อ) ก็คือตัวของท่านเองทำงานอยู่ในตลาดและติดต่อกับผู้คนโดยตรง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเน้นย้ำในทางปฏิบัติของท่านอิมามต่อเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพในการดำเนินธุรกิจ

จากการศึกษาค้นคว้าสามารถสรุปได้ว่า จรรยาบรรณทางธุรกิจในศาสนาอิสลามและชีอะห์มีพื้นฐานอยู่บนหลักการ 3 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และการรับใช้สังคม  หลักการเหล่านี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจในปัจจุบันได้  ด้วยการเสนอแนะให้มีการจัดอบรมหลักสูตรจรรยาบรรณวิชาชีพที่เน้นคำสอนอิสลามสำหรับธุรกิจ ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจอิสลามที่เน้นความยุติธรรมและความโปร่งใส มีการติดตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นเพื่อป้องกันการละเมิดศีลธรรม

ในมุมมองของศาสนาอิสลามและชีอะห์ ธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นหนทางในการตระหนักถึงคุณค่าอันศักดิ์สิทธิ์และความเป็นมนุษย์ การปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ความยุติธรรม และความซื่อสัตย์  ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งความพึงพอใจของพระผู้เป็นเจ้าและความสิริมงคลในชีวิตอีกด้วย

ที่มา : shabestan.news