ท่านหญิงฟาติมะฮ์ อัซซะฮ์รอ(อ) ในมุมมองของอิมามโคมัยนี(รฮ.)

12

ท่านหญิงฟาติมะฮ์ อัซซะฮ์รอ(อ) ในมุมมองของอิมามโคมัยนี(รฮ.)

อิมามโคมัยนี(รฮฺ) ได้กล่าวถึงความประเสริฐของท่านหญิงฟาติมะฮ์ไว้ในคำปราศรัยในวาระต่างๆ ของท่าน   ในคำปราศรัยหนึ่งท่านอิมามได้กล่าวว่า “มิติและแง่มุมทั้งหมดที่สามารถจินตนาการสำหรับสตรีคนหนึ่งและสำหรับคนๆ หนึ่งได้นั้น มันสำแดงออกอยู่ในตัวของท่านหญิงฟาติมะฮ์   ท่านหญิงไม่ใช่สตรีธรรมดาทั่วๆ ไป ท่านหญิงเป็นสตรีแห่งโลกทางจิตวิญญาณ ท่านหญิงเป็นสตรีแห่งโลกมะละกูตีย์ (โลกที่อยู่เหนือโลกธรรมชาติ — ปราศจากสสารและเงื่อนไขของวัตถุและกาลเวลา — บ้างเรียกว่าโลกแห่งทวยเทพ — มะอ์ศูมเท่านั้นจึงจะสามารถสัมผัสโลกนี้ได้ ดังที่กุรอานกล่าวถึงอิบรอฮีม (อ) ว่า

وَكَذَٰلِكَ نُرِي إِبْرَاهِيمَ مَلَكُوتَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ)

ท่านหญิงเป็นมนุษย์ในความหมายที่สมบูรณ์ของมัน เธอมีแบบแห่งความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ เธอมีแก่นแท้แห่งความเป็นสตรีอย่างสมบูรณ์ ….. ท่านหญิงไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไป  ท่านหญิงคือสิ่งที่มีอยู่ในโลกแห่งมะละกูตีย์ ที่ปรากฏในโลกนี้ในรูปของมนุษย์ ……..สตรีที่มีคุณสมบัติทั้งหมดของบรรดาศาสดา หากเป็นชาย เธอจะเป็นศาสดา สตรีที่หากเป็นชาย จะแทนท่านศาสดา (ศ)”

(ศอฮีฟะฮ์ อิมาม, เล่ม ๗ หน้า ๓๓๗)

ในการพบกับกลุ่มสตรีคณะหนึ่งของท่านอิมามโคมัยนี –  ท่านอิมามได้บรรยายถึงความประเสริฐของท่านหญิงว่า “ฟาติมะฮ์ (ส) มีชีวิตอยู่หลังจากการอสัญกรรมของคุณพ่อราว ๗๕ วัน เธอโศกเศร้ามาก ญิบรออีล (อ) ได้มาหาท่านหญิงอยู่เนืองๆ มาแสดงความเสียใจต่อท่านหญิง และมาบอกเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต ริวายะฮ์บ่งบอกว่าในช่วงเวลา ๗๕ วันนี้ ญิบรออีลไปมาหาสู่และเข้าพบท่านหญิงบ่อยครั้งมาก ฉันไม่คิดว่านอกจากบรรดาศาสดาในชั้นแรกแล้ว จะมีรายงานเกี่ยวกับใครอีกที่ญิบรออีลไปมาหาสู่เช่นนี้ในช่วงเวลา ๗๕ วัน ญิบรออีลมาบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับลูกหลานของท่านหญิงในอนาคต โดยมีท่านอะมีรุลมุอฺมินีนคอยจดบันทึก…..”

สถานภาพอันสูงส่งของท่านหญิงนี้เนื่องมาจากการถวายตัวเป็นบ่าวของอัลลอฮ์-อุบูดียะฮ์

หากท่านหญิงไม่อุทิศตนเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ ท่านหญิงจะไม่เป็น “อัศศิดดีกอตุลกุบรอ” — ศิดดีก หมายถึงอะไร? ศิดดีกหมายถึงผู้ที่สิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาพูด จะถูกแสดงออกมาทางการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ ยิ่งความสอดคล้องกันนี้มากขึ้นเท่าใด คุณค่าของคนๆนั้นก็จะยิ่งมากขึ้น จนกลายเป็น “ศิดดีก”

اولئک مع الذین انعم الله علیهم من النبیین و الصدیقین

“ศิดดีกีน” มีความสูงส่งมากจึงถูกกล่าวถึงหลังจาก “นะบียีน”

ดังนั้น การสรรเสริญและกล่าวถึงท่านหญิง ผลของมันจะต้องปรากฏขึ้นในการเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ในตัวเรา ไม่ใช่เป็นเพียงการกล่าวถึงตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตามปฏิทินทางศาสนาเท่านั้น

เราได้เรียนรู้จากหน้าประวัติศาสตร์ว่า ท่านหญิงฟาติมะฮ์เอาอาหารออกจากปากของตนเอง ของสามี และของลูกทั้งสอง – ฮะซันและฮุซัยน์ เพื่อมอบให้กับคนยากจนผู้หิวโหย ไม่ใช่เพียงวันเดียว แต่ติดต่อกันถึงสามวัน — ดังนั้น หากเรารักท่านหญิง เราต้องให้คนที่ด้อยโอกาสกว่าเราก่อน เสียสละให้พวกเขา อย่าแย่งสิทธิของคนอื่น

ท่านหญิงให้คนอื่นอิ่มโดยไม่คิดถึงความหิวของตนเองและครอบครัว

แต่หากเรา นอกจากจะไม่เอาอาหารออกจากปากและมอบให้แก่คนยากจนและหิวโหยแล้ว บางครั้งกลับไปแย่งอาหารจากปากของคนยากจนเสียด้วยซ้ำ

สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความผ่องแผ้วและความบริสุทธิ์ของท่านหญิง ดังที่เราจะกล่าวในการซิยาเราะฮ์ท่านหญิงในซิยาเราะฮ์บทหนึ่งว่า

اَللّهُمَّ صَلِ‌ عَلی‌ فاطِمَةَ بِنتِ نَبیِّک وَ زَوجَةِ وَلِیِّک

وَ اُمِّ السِّبطَینِ الحَسَنِ وَ الحُسَینِ سَیِّدَی شَبابِ اَهلِ الجَنَّة

اَلطُّهرَةِ الطّاهِرَةِ المُطَهَّرَةِ التَّقیَّةِ النَّقیَّةِ الرَّضیَّةِ الزَّکیَّة

ความผ่องแผ้วที่อธิบายขยายความด้วย ๓ คุณลักษณะ

اَلطُّهرَةِ    الطّاهِرَةِ    المُطَهَّرَةِ

คำทั้งสามมีความแตกต่างกันในเชิงความหมาย (แต่จะไม่กล่าวถึง) แต่ในภาพรวม ทั้งสามคำนี้บ่งชี้ถึงความผ่องแผ้ว ความบริสุทธิ์ทั้งสิ้น— ความผ่องแผ้วของรูห์, ความผ่องแผ้วของหัวใจ, ความผ่องแผ้วของความคิด, ความผ่องแผ้วของชีวิต

ดังนั้น การรำลึกถึงท่านหญิงจะต้องทำให้เกิดความผ่องแผ้วเหล่านี้ในตัวเรา ต้องทำให้เราคิดดี คิดสะอาด

และเราจะสามารถใกล้ชิดท่านหญิงได้นั้น  เงื่อนไขของมันก็คือความผ่องแผ้วเหล่านี้

เราย้อนกลับไปอีกครั้งหนึ่งถึงสิ่งที่ท่านอิมามโคมัยนีได้กล่าวถึงการไปมาหาสู่ท่านหญิงของญิบรออีลและแจ้งเรื่องราวในอนาคตแก่ท่านหญิง ท่านอิมามได้กล่าวว่า เรื่องหนึ่งที่ญิบรออีลบอกกับท่านหญิง เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในยุคของอิมามมะฮ์ดีย์ ซึ่งเรื่องของการปฏิวัติอิสลาม อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งก็ได้

การปฏิวัติอิสลามที่ก่อรูปขึ้น, ขยายตัว และมีชัยในที่สุดด้วยนามของท่านหญิงฟาติมะฮ์และอะอิมมะฮ์ผู้บริสุทธิ์ และในวันนี้แม้จะมีศัตรูมากมายอยู่รอบด้าน ก็อยู่อย่างสง่างามได้มาถึงสี่ทศวรรษแล้ว