เปิดประวัติ “ชะฮีด อยาตุลเลาะฮ์ ซัยยิด มูฮัมหมัด บาเกร อัล-ศ็อดรฺ” นักปราชญ์โลกอิสลามแห่งยุคสมัย
ชะฮีด อยาตุลเลาะฮ์ ซัยยิด มูฮัมหมัด บาเกร อัล-ศ็อดรฺ เป็นนักคิด นักปรัชญา และนักวิชาการอิสลาม งานเขียนและแนวคิดของเขาว่าด้วยวิธีการต่อต้านการกดขี่ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่มุสลิมชีอะห์ และอิสรชนทั่วโลก
เขาถือกำเนิดในกาซีมียะฮ์ กรุงแบกแดด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1935 ในตระกูลอัล-ศ็อดรฺ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากอิมามมูซา อัลกาซิม (อ.) อิมามลำดับที่ 7 จากวงศ์วานของศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ตามความศรัทธาของมุสลิมชีอะฮ์ และถูกสังหารโดยซัดดัม ฮุสเซนในวันที่ 9 เมษายน 1980
ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 45 ปี ที่มีชีวิตอยู่ ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ได้ทำการปฏิวัติแง่มุมทางวิชาการ และการเมืองภายในสังคมของเขา ในรูปแบบที่น้อยคนนักจะทำกัน เป็นที่เลื่องลือว่า ไม่ค่อยจะมีบุคคล ที่มีบุคลิกภาพเฉกเช่นชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ปรากฏในประวัติศาสตร์ ขณะที่ซัดดัม ฮุสเซน เป็นผู้นำการปกครองที่โหดเหี้ยมและกดขี่ข่มเหงที่สุดผู้หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์โลก ในช่วงเวลานี้เอง ที่ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ไม่อาจเพิกเฉย เขาได้ก่อตั้งกระบวนการทางการเมืองขึ้น และขับเคลื่อนมันด้วยความเสียสละ การสร้างกระบวนการทางการเมืองจำเป็นต้องมีการเสียสละ และวิธีการที่เขาเสียสละ รวมถึงวิธีการทำงานของเขา ภายใต้สภาพแวดล้อมที่พละกำลังต่างๆ ถูกกดทับ และไม่มีความแข็งแกร่งใดที่จะมอบให้แก่มันได้ ในสภาวการณ์ และเงื่อนไขเช่นนี้ เขาได้ยืนหยัดต่อหน้าผู้ปกครองทรราช และได้พยายามพยุงชาติให้ลุกขึ้นมาอีกครั้งจากความว่างเปล่า
ชะฮีด อยาตุลเลาะฮ์ ซัยยิด มูฮัมหมัด บาเกร อัล-ศ็อดรฺ สูญเสียผู้เป็นบิดา ในวัยเพียงสองขวบปีเท่านั้น ภายหลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาในกาซีมียะฮ์ เมื่อปี 1945 เขาและครอบครัวย้ายไปอาศัยยังเมืองนาญัฟอันศักดิ์สิทธิ์ และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นั่น เมื่ออายุเพียง 13 ปี เขาได้เข้าร่วมศึกษาในวิทยาลัยอิสลามศึกษา [เฮาซะฮ์] และมีความโดดเด่นในฐานะนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเป็นอย่างมาก จากนั้น เมื่ออายุได้ไม่ถึง 20 ปี ซัยยิด อัล-ศ็อดรฺ ก็ได้รับตำแหน่งมุจญฺตาฮิด ซึ่งเป็นตำแหน่งทางด้านวิชาการศาสนาขั้นสูง ในช่วงปีเหล่านี้ เขาได้ตีพิมพ์ผลงานด้านวิชาการอิสลาม ที่โด่งดังที่สุดบางส่วน ซึ่งผลงานเหล่านี้ ยังคงความโดดเด่น และเป็นบทเรียนที่ถูกนำมาสอนในมหาวิทยาลัยนานาชาติหลายแห่งจวบจนถึงปัจจุบันนี้
ในปี 1957 อยาตุลลอฮ์ ซัยยิด อัล-ศ็อดรฺ และนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว คนอื่นๆ ได้ก่อตั้ง ‘พรรค Da’awa อิสลาม’ (IDP) ในยุคสมัยที่กิจกรรมคอมมิวนิสต์กำลังเติบโตขึ้น เขาได้ริเริ่มกิจกรรมการศึกษา และการเสริมสร้างความรู้ต่างๆเช่น การบรรยายในที่สาธารณะ และกิจกรรมทางสังคม เขาดำรงมั่นในความกล้าหาญ และความแน่วแน่ และยังคงดำเนินโครงการการศึกษาและกิจกรรมต่อไปอย่างไม่สั่นคลอน แม้ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่เอื้ออำนวย
อยาตุลเลาะห์ อัล-ศ็อดรฺ ตระหนักถึงอันตรายของระบอบบาธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซัดดัม ฮุสเซน หัวหน้าพรรคบาธในอิรัก ในทำนองเดียวกัน พวกนิยมพรรคบาธ ก็ตระหนักถึงผลกระทบที่สำคัญของเขาที่มีต่อชาวอิรัก ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มใช้ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของอยาตุลเลาะห์ อัล-ศ็อดรฺ พวกเขาจับกุมอยาตุลเลาะฮ์ อัล-ศ็อดรฺ ติดต่อกันหลายครั้ง และยังออกคำสั่งประหารชีวิตนักเรียน และเพื่อนร่วมงานหลายคนในช่วงศตวรรษที่ 70
อยาตุลเลาะห์ อัล-ศ็อดร์ ได้กล่าวคำเทศนา ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์หลายครั้งก่อนถูกประหารชีวิต ซึ่งครอบคลุมหัวข้อเฉพาะประเด็นระดับชาติมากมาย และโดยพื้นฐานแล้ว ในคำเทศนาเหล่านั้น เขาได้เรียกร้องให้กลุ่มนิกายทางศาสนาต่างๆ และชาติพันธุ์ในอิรักทั้งหมด รวมตัวกันเป็นปึกแผ่น ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
ในสุนทรพจน์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเหล่านี้ อยาตุลเลาะฮ์ ซัยยิด อัล-ศ็อดรฺ ยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อระบอบการปกครองที่อธรรมของพรรคบาธ เขาเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนในอิรักรวมกันเรียกร้องประชาธิปไตย เสรีภาพ และการยอมรับในสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ เขายังให้คำมั่นที่จะต่อต้านการกดขี่ข่มเหง และระบอบเผด็จการต่อไป แม้ว่าจะได้รับคำขู่ฆ่าอย่างมากมาย และอย่างต่อเนื่องจากซัดดัมก็ตาม
อยาตุลเลาะห์ อัล-ศ็อดรฺ มุ่งมั่นสถาปนาอิรักที่เป็นเสรีและเป็นประชาธิปไตย โดยเคยแสดงออกว่า: “ข้าพเจ้าขอย้ำว่า ระบอบการปกครอง ที่ปกครองชาวอิรักด้วยความรุนแรงแห่งไฟ และกำลังของเหล็กกล้า (ด้วยการบังคับขู่เข็ญ) ซึ่งปฏิเสธสิทธิ และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพวกเขา จะไม่สามารถคงอยู่ได้”
ในการปราศรัย ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง ทั้งในงานเขียนและสุนทรพจน์ อยาตุลเลาะฮ์ ศ็อดรฺ พยายามที่จะเรียกร้องเชิญชวนกลุ่มอิรักทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงนิกาย ชาติพันธุ์ ชนเผ่า และไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด หรือเป็นฆราวาสนิยม โดยปราศจากอคติหรือความแตกต่าง นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเสรี และเป็นธรรม:
“ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้พวกบาธ มอบสิทธิแก่ชาวอิรักในการดำเนินการต่างๆ ผ่านการเลือกตั้ง ที่เป็นเสรีและยุติธรรมซึ่งจะมีผลทำให้มีการจัดตั้งรัฐสภา ที่เป็นตัวแทนของชาวอิรักทั้งหมดอย่างแท้จริง”
อยาตุลเลาะฮ์ อัล-ศ็อดรฺ เชิญชวนชาวอิรักทั้งหมด ทั้งชาวอาหรับ ชาวเคิร์ด ชีอะฮ์ และซุนนี เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านซัดดัม โดยชี้ว่า นี่เป็นวิธีเดียวที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่งเสรีภาพ และสิทธิ และเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของประเทศ ที่ถูกทำลายล้างไปโดยพวกบาธ เขาเปิดโปงความหลอกหลวงของซัดดัม ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้นำของชาวซุนนี ในอิรัก โดยกล่าวว่า:
“ทรราชซัดดัม และผู้ติดตามของเขากำลังพยายามเกลี้ยกล่อมลูกหลานชาวซุนนีของเราว่า การต่อสู้นี้เป็นการต่อสู้ระหว่างชาวชีอะห์กับชาวซุนนี เพื่อหันเหชาวซุนนีออกจากการต่อสู้กับศัตรูร่วมของเรา [หมายถึง ระบอบเผด็จการ]”
อยาตุลเลาะห์ อัล-ศ็อดร์ เชื่อว่า มันเป็นความรับผิดชอบของชาวอิรักทุกคน ที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้บรรลุถึงซึ่งเสรีภาพความยุติธรรม คุณธรรม และการปกครองที่มีเกียรติ ตามค่านิยมและหลักการของศาสนาอิสลาม เขาปราศรัยกับชาวอิรักว่า:
“จงรวมจุดยืน และแนวคิดของคุณภายใต้ร่มธงของอิสลาม เพื่อประโยชน์ในการกอบกู้อิรักจากฝันร้ายของกลุ่มทรราชกลุ่มนี้ และเพื่อสร้างอิรักที่เสรีและสง่างาม อิรัก ที่ปกครองโดยความยุติธรรมของศาสนาอิสลาม และที่ซึ่งศักดิ์ศรีและสิทธิของมนุษย์ เป็นเรื่องสูงสุด และพลเมืองทั้งหมดจากเชื้อชาติ และนิกายทั้งหลาย — พวกเขาทั้งหมด — ล้วนรู้สึกเสมือนเป็นพี่น้องที่ทำงานร่วมกัน ในการนำพาประเทศ สร้างชาติใหม่ และตระหนักถึงค่านิยมอิสลามอันสูงส่ง ตามพื้นฐานแห่งสาส์นที่แท้จริง และประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเรา”
ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ในคำกล่าวของนักปราชญ์ นักปฏิวัติ นักเคลื่อนไหว และนักต่อสู้อิสลามแห่งยุคสมัย
อิมามโคมัยนี
“ซัยยิด มูฮัมมัดบาเกร อัล-ศ็อดรฺ เป็นนักคิดอิสลามที่สำคัญ และอิสลามควรจะได้รับประโยชน์จากเขามากกว่านี้ ข้าพเจ้าหวังว่า ความคิดของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ จะถูกนำมาวิเคราะห์ศึกษาโดยชาวมุสลิม”
อิมามคาเมเนอี
“การต่อสู้ของชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ความกล้าหาญ, ความแน่วแน่เปิดเผย, ความเป็นมิตร, ความยุติธรรมของเขา และในท้ายที่สุด การพลีชีพของเขา คือ แบบอย่างสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่ามูญาฮีดีนชาวอิรัก และประชาชนชาวอิรัก”
อยาตุลเลาะฮ์ คูอีย์
“ซัยยิด มูฮัมมัด อัล-ศ็อดรฺ ถูกกดขี่โดยการถือกำเนิดในสังคมตะวันออก (ที่ไม่เข้าใจเขา) พระเจ้าได้มอบพรสวรรค์ให้เขา ซึ่งพระองค์ไม่ได้มอบมันให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ ของฉัน”
อยาตุลเลาะฮ์ ฆุลพัยกอนี
“สถานะและบุคลิกภาพทางวิชาการของอยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อัล ศ็อดรฺ นั้นเป็นที่ชัดเจนสำหรับทุกคน และความพยายามของเขาในการช่วยเหลือชนรุ่นหลังในอนาคต ให้รอดพ้นจากการงานทางโลกวัตถุ และลัทธิวัตถุนิยมเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน”
ซัยยิด กาซิม อัลฮารี
“ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ มีบทบาทสำคัญในงานของอิสลามในอิรัก ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกลอบสังหาร หากเป็นเพียงสำนักคิดมันคงไม่สมบูรณ์ เพราะความคิดต้องเกี่ยวข้องกับการกระทำเสมอ”
อยาตุลเลาะฮ์ มิศบาฮ์ ยัษดี
“ชะฮีด ศ็อดรฺ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่มีคุณค่า เพื่อพัฒนาประเด็นทางปรัชญา และตรรกะ และเพียงพอแล้วสำหรับเขา ที่จะมีความภาคภูมิใจ ซึ่งในยุคหนึ่ง ที่ประเด็นเหล่านี้ได้ประสบกับความยากลำบากอย่างมาก ทั้งยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดที่เห็นได้ชัดเจนในสาขานี้ — ทว่าเขาได้เขียนหนังสืออันทรงคุณค่าสองเล่ม ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่ง(เป็นผลงานที่)ได้รับความชื่นชมจากผู้อื่น และยังคงเป็นวิชาศึกษา และเป็นประโยชน์(จนถึงปัจจุบัน)”
ซัยยิด มูซา อัล-ศ็อดรฺ
“ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ สามารถหาวิธีแก้ไขปัญหา ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลา 150 ปี ได้ ใครจะเชื่อว่า อาชูรอจะถูกรื้อฟื้น ภายหลังจาก 14 ศตวรรษ? และ ฮูซัยนี อีกคนหนึ่ง จากเชื้อสายที่ยิ่งใหญ่จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมจุดชนวนการต่อสู้ และ(ริเริ่ม)กัรบาลาของอิมามฮูเซน (อ.) อีกครั้งหนึ่ง?
ชะฮีด อบูมะฮ์ดี อัล มูฮันดิส
“ในช่วงเวลาของเขา ชะฮีด อัล-ศ็อดรฺ ยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูด้วยความห้าวหาญ เขากล้าหาญมาก และในช่วงเวลาของการปฏิวัติอิสลาม เขาได้ให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่ออิมามโคมัยนี และเขาได้ทำตามภารกิจของเขา”
ชะฮีด มุสตอฟา ชัมรอน
“ชะฮีด มูฮัมมัด บาเกร อัล-ศ็อดรฺ คือ สำนักคิด เขาเป็นบุคคล ผู้ซึ่งแนวคิด และหนังสือของเขากระจายไปทั่วประเทศอิสลาม และเขาได้หยั่งรากลงไปในหัวใจของเยาวชนผู้ศรัทธาของเรา”
______
แปลและเรียบเรียงจาก
Ahlulbayt Islamic Mission (@aim.islam)
tehrantimes.com









