สรุปประเด็นสำคัญของคุฏบะฮ์ นมาซวันศุกร์ กรุงเตหะราน นำโดยอิมามคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

12

🛑 สาธารณรัฐอิสลามจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง … เราจะไม่ผัดวันประกันพรุ่งและจะไม่รีบร้อนในการทำหน้าที่ของเรา

✍ประเด็นสำคัญของคุฏบะฮ์ (สุนทโรวาท) นมาซญุมอะฮ์ (คุฏบะฮ์แรก ภาษาเปอร์เซีย) ของท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม (วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2567) :

▪️ ในอัลกุรอาน ได้มีการหยิบยกประเด็นสำคัญของการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันของบรรดาผู้ศรัทธา และในสำนวนต่างๆ ของอัลกุรอาน ความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงนี้เรียกว่า “วิลายัต” คือ การดูแลและการคุ้มครองซึ่งกันและกันของบรรดาผู้ศรัทธา เรื่องนี้ถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานหลายโองการ ในโองการนี้ (1) ได้แนะนำถึงผลลัพธ์ของการคุ้มครองดูแลซึ่งกันและกันและการเชื่อมโยงกันนี้ว่า คือความเมตตาของพระเจ้า กล่าวคือ หากพวกท่าน ชาวมุสลิมทั้งหลายมีความเชื่อมโยงกัน มีการสื่อสาร ความร่วมมือ และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ความเมตตาของพระเจ้าจะครอบคลุมสภาพของพวกท่าน

▪️ อำนาจ (อิซซะฮ์) แห่งพระเจ้า หมายถึง การควบคุมอำนาจของพระเจ้าเหนือโลกแห่งการดำรงอยู่ทั้งหมด และวิทยปัญญา (ฮิกมะฮ์) แห่งพระเจ้า หมายถึงความแข็งแกร่งของกฎแห่งการสร้างสรรค์ทั้งหมด บางที ในโองการนี้ต้องการให้เราใส่ใจกับความหมายนี้ที่ว่า หากชาวมุสลิมเป็นหนึ่งเดียวกัน อำนาจและวิทยปัญญาของพระเจ้าก็จะอยู่เบื้องหลัง (คอยสนับสนุน) พวกเขา และพวกเขาจะสามารถใช้พลังอำนาจอันไม่มีขอบเขตจำกัดของพระเจ้า และพวกเขาสามารถจะได้รับประโยชน์จากแบบแผน (ซุนนะฮ์) และกฎต่างๆ ของพระเจ้า

▪️ ความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้หมายถึง ความสามัคคีและความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันของชาวมุสลิมซึ่งเป็นนโยบายแห่งอัลกุรอานสำหรับชาวมุสลิม นโยบายของอัลกุรอานสำหรับชาวมุสลิมคือให้ชนชาติทั้งหลายและกลุ่มชนทั้งหลายของชาวมุสลิมมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และสัญญาว่าหากประชาชาติมุสลิมมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นั่นหมายความว่าอำนาจของพระเจ้าจะอยู่เบื้องหลังพวกท่านและพวกท่านจะเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดและเอาชนะศัตรูทั้งหมดของพวกท่านได้ และวิทยปัญญาแห่งพระเจ้าจะอยู่เบื้องหลังพวกท่าน ซึ่งหมายความว่ากฎแห่งการสร้างสรรค์ทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อความก้าวหน้าของพวกท่าน นี่คือตรรกะและนโยบายของอัลกุรอาน

▪️ นโยบายของบรรดามหาอำนาจและผู้รุกรานของโลกนั้นคือ “การแบ่งแยกและปกครอง” และพื้นฐานของงานของพวกเขาคือการแบ่งแยก พวกเขาดำเนินนโยบายสร้างความแตกแยกในประเทศอิสลามนี้ด้วยกลอุบายต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาก็ยังไม่หยุดทำให้หัวใจของประชาชาติอิสลามโกรธแค้นกัน แต่วันนี้บรรดาชนชาติทั้งหลายต่างตื่นขึ้นแล้ว และข้าพเจ้าขอบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ประชาชาติอิสลามสามารถเอาชนะกลอุบายของศัตรูของอิสลามและชาวมุสลิมได้แล้ว

▪️ ศัตรูของอิหร่าน ก็คือศัตรูของปาเลสไตน์ เลบานอน อิรัก อียิปต์ ซีเรีย และเยเมน คือศัตรูเดียวกัน และวิธีการของศัตรูในแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกันไป ในที่หนึ่งเขาดำเนินนโยบายนี้ด้วยสงครามจิตวิทยา ในที่หนึ่งก็กดดันทางด้านเศรษฐกิจ ในที่หนึ่งก็ใช้ระเบิดสองตัน และในบางที่ก็ใช้รอยยิ้ม แต่ห้องบัญชาการมีที่เดียว และพวกเขารับคำสั่งจากที่เดียวกันในการโจมตีประชากรมุสลิม

▪️ หากนโยบายนี้ประสบความสำเร็จในประเทศหนึ่ง กล่าวคือ นำไปสู่การครอบงำประเทศหนึ่งได้ เมื่อพวกเขาวางใจต่อประเทศหนึ่งแล้ว พวกเขาก็จะไปยังอีกประเทศหนึ่ง ชนชาติทั้งหลายจะต้องไม่ปล่อยพวกเขา

▪️ ทุกชนชาติหากไม่ต้องการตกอยู่ในการปิดล้อมของศัตรูจนเป็นอัมพาต จะต้องเปิดตาและตื่นตัวตั้งแต่แรก และเมื่อเห็นบรรดาศัตรูไปยังชนชาติอื่น จงถือว่าตนเองเป็นพันธมิตรกับชนชาติที่ถูกกดขี่และถูกอธรรม และจงช่วยเหลือชนชาตินั้น เพื่อว่าศัตรูจะได้ไม่ประสบความสำเร็จในที่นั้น

▪️ เราต้องปิดเข็มขัดแห่งการป้องกัน เอกราชและศักดิ์ศรีในบรรดาประเทศอิสลามทั้งหมด จากอัฟกานิสถานไปจนถึงเยเมน และจากอิหร่านไปจนถึงฉนวนกาซาและเลบานอน วันนี้ คำพูดของข้าพเจ้าส่วนใหญ่จะเน้นไปที่พี่น้องชาวเลบานอนและชาวปาเลสไตน์

นมาซวันศุกร์ครั้งประวัติศาสตร์ นำโดยอิมามคาเมเนอี

▪️ ข้อบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการป้องกันของอิสลามได้กำหนดหน้าที่ของเราไว้ชัดเจนแล้ว ทั้งในข้อบัญญัติต่างๆ ของอิสลาม ทั้งในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งเราไม่มีอิทธิพลในลายลักษณ์อักษรแต่ระบุว่าทุกชาติจะต้องปกป้องดินแดน ชื่อและผลประโยชน์ของตนจากการรุกราน

▪️ ประชาชนชาวปาเลสไตน์จะต้องกำหนดชะตากรรมของประเทศของตน และไม่มีศาลหรือองค์กรระหว่างประเทศใดมีสิทธิ์ประท้วงชาวปาเลสไตน์ว่าทำไมพวกเขาจึงเอาหน้าอกของตนเป็นโล่เพื่อต่อต้านระบอบไซออนิสต์ นอกจากนี้ บรรดาผู้ที่ช่วยเหลือประชาชนปาเลสไตน์และเลบานอนก็ไม่ควรถูกคัดค้านว่าทำไมพวกเขาถึงสนับสนุน เพราะนี่คือหน้าที่ของพวกเขา

▪️ ไม่ว่าจะด้วยตรรกะใดๆ ไม่มีใครมีสิทธิ์คัดค้านกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ของเลบานอนที่สนับสนุนการยืนหยัดต่อสู้ของชนชาติปาเลสไตน์ มันเป็นหน้าที่ของพวกเขา นี่คือตรรกะทั้งสากลและระดับโลกและตรรกะอัลกุรอาน การปกป้องชาวปาเลสไตน์นั้นเป็นเรื่องชอบธรรม และการสนับสนุนพวกเขาก็เป็นเรื่องชอบธรรมเช่นกัน

▪️ (ปฏิบัติการ) พายุอัล-อักซอที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง สมเหตุสมผล และถูกกฎหมาย และความถูกต้องอยู่กับชาวปาเลสไตน์

▪️ การปกป้องชาวปาเลสไตน์อย่างถวายชีวิตของชาวเลบานอนก็อยู่ภายใต้สิทธิทางกฎหมาย มีความสมเหตุสมผล และความชอบธรรมนี้ การกระทำอันยอดเยี่ยมของกองทัพของเราเพื่อปกป้องประชาชนในฉนวนกาซาและปาเลสไตน์นั้นก็ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นความชอบธรรม (ตามบัญญัติศาสนา) โดยสมบูรณ์ สิ่งที่กองทัพของเรากระทำคือการลงโทษที่เล็กน้อยที่สุดสำหรับระบอบไซออนิสต์ที่แย่งชิงดินแดน เมื่อเทียบกับอาชญากรรมอันน่าตกตะลึงของระบอบการปกครองที่กระหายเลือดและมีพฤติกรรมเยี่ยงหมาป่าและสุนัขบ้าของอเมริกาในภูมิภาคนี้

▪️ ไม่ว่าหน้าที่ใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนี้ สาธารณรัฐอิสลามจะทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มกำลังและด้วยความแข็งแกร่ง เราจะไม่ผัดวันประกันพรุ่งและจะไม่รีบร้อนในการปฏิบัติหน้าที่ของเรา

✅เชิงอรรถ :
▪️ (1)- โองการอัลกุรอานที่ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ได้หยิบยกในช่วงเริ่มต้นคุฏบะฮ์ (สุนทโรวาท) ซึ่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงตรัสว่า :
وَالْمُؤْمِنُونَ وَالْمُؤْمِنَاتُ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ ۚ يَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ وَيُقِيمُونَ الصَّلَاةَ وَيُؤْتُونَ الزَّكَاةَ وَيُطِيعُونَ اللَّهَ وَرَسُولَهُ ۚ أُولَٰئِكَ سَيَرْحَمُهُمُ اللَّهُ ۗ إِنَّ اللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ
“และบรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิงนั้น พวกเขาต่างเป็นผู้ดูแลคุ้มครองซึ่งกันและกัน พวกเขาจะกำชับความดีและห้ามปรามความชั่ว และพวกเขาจะดำรงการนมาซและจ่ายซะกาต และเชื่อฟังอัลลอฮ์ และศาสนทูตของพระองค์ ชนเหล่านี้อัลลอฮ์จะทรงเมตตาพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอำนาจยิ่ง อีกทั้งทรงปรีชาญาณ” (ซูเราะฮ์อัตเตาบะฮ์ / อายะฮ์ที่ 71)