การแต่งงาน ของ ญุวัยบิร ชายหนุ่มยากจน รูปไม่งาม กับหญิงสาวสวยชนชั้นสูง ตามคำสั่งของท่านนบี
ท่านศาสดา (ศ) ทำการปกป้องสิทธิของข้าทาส คนรับใช้ ท่าน(ศ) มีแผนการที่ยิ่งใหญ่ และครอบคลุมเพื่อปลดปล่อยพวกเขาเหล่านั้นให้เป็นอิสระ ท่านศาสดา (ศ) ได้สร้างสังคมหนึ่งขึ้นมา ซึ่งสังคมนั้นจะประกอบด้วยคนผิวขาวคนผิวดำ คนรวยและคนจน คนมีฐานะใหญ่โต หรือไร้วาสนาอยู่ร่วมกันได้ในสภาพการณ์เช่นนั้น ไม่มีการแบ่งแยกทางชนชั้นใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวกำหนดความดีงาม ความสูงส่งและความประเสริฐ ก็คือ วิชา ความรู้ การมีตักว่า คุณธรรมแห่งความเป็นมนุษย์และมารยาทอันงดงาม ตัวอย่างของผลแห่งคำสอนของท่านศาสดา (ศ) ที่ควรแก่การวิเคราะห์
ญุวัยบิร ชายหนุ่มยากจนคนหนึ่ง อีกทั้งรูปไม่งาม ได้เดินทางมาเมืองมะดีนะฮฺ เพราะอยากรู้เรื่องอิสลามและรับอิลามในที่สุด ในตอนแรกท่านศาสดา (ศ) ได้ให้เขาพักอยู่ที่มัสญิด เมื่อ “ซะกีฟะฮฺ” ถูกสร้างเสร็จตามคำสั่งของท่าน (ศ) และเปลี่ยนชื่อเป็น “ศ็อฟฟะฮฺ” จึงได้ให้เขาไปอยู่ที่นั่น ท่าน (ศ) ไปมาหาสู่ที่นั่นบ่อยครั้ง
วันหนึ่งท่าน (ศ) กล่าวกับเขาว่า “มันจะเป็นการดี ถ้าท่านหาผู้หญิงคนหนึ่งเป็นภรรยา เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเอง และดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”
เขาตอบว่า “พ่อและแม่ของฉันขอพลีให้กับท่าน ฉันเป็นเพียงคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ยากจน อีกทั้งยังรูปไม่งาม ยังจะมีหญิงใดที่จะเลือกฉันเป็นคู่ครอง เฉพาะอย่างยิ่งฉันไม่ได้กำเนิดในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ด้วย”
ท่าน (ศ) ตอบว่า “โอ้ ญุวัยบิร พร้อมกับการมาของอิสลาม ความมีเกียรติตามแบบฉบับของพวกญาฮิลียะฮฺ (ยุคป่าเถื่อน) และมาตรฐานความสูงส่งในสมัยนั้นถูกทำลายและมลายสิ้นไปหมดแล้ว ผิวขาว ผิวดำ ชาวอาหรับ หรือมิใช่
อาหรับก็มาจากอาดัมทั้งนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงสร้างอาดัมมาจากดิน ดังนั้นในวันนี้จึงไม่มีผิวขาว ผิวดำ หรือชนชั้นใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความต่ำต้อยไร้เกียรติทั้งสิ้น คนที่มีเกียรติที่สุดในทัศนะของอัลลอฮฺ (ซ.บ) คือคนที่มีความยำเกรงมากที่สุด จงไปที่บ้านของซิยาดเดี๋ยวนี้ และสู่ขอซุลฟาอ์โดยอ้างถึงฉัน”
เขาได้ทำตามที่ท่านศาสดา (ศ) บอก แต่…ซิยาด ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตและมีเกียรติของชาวอันศอร ไม่เชื่อเช่นนั้น
เขากล่าวว่า“เราจะยกลูกสาวของเราให้แก่คนที่มีฐานะเดียวกับเราเท่านั้น ท่านศาสดา (ศ) ก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นจงกลับไปก่อน แล้วฉันจะไปพบกับท่านเอง เพื่ออภัยต่อสิ่งที่ท่านได้ขอมา”
ญุวัยบิร หันหลังกลับ พร้อมทั้งตะโกนด้วยความโกรธว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ อัลกุรอาน และท่านศาสดาไม่ได้กล่าวว่า จะต้องยกลูกสาวให้กับคนที่มีฐานะร่ำรวย”
ซุลฟาอ์ ได้ยินเสียงตะโกนของของญุวัยบิร หล่อนเรียกพ่อ แล้วถามว่า : “ท่านพูดกับชายหนุ่มคนนั้นว่าอย่างไรถึงทำให้เขากังวลใจขนาดนั้น”
ซิยาด ตอบลูกสาวว่า “เขาบอกว่า ท่านศาสดาส่งข้าพเจ้ามาเพื่อสู่ขอลูกสาวของท่านให้แก่ข้าพเจ้า”
ซุลฟาอ์ พูดต่อว่า “ญุวัยบิร คงจะไม่โกหกหรอก จงให้เขากลับมาก่อน แล้วท่านก็ไปพบกับท่านศาสดาเพื่อให้เรื่องกระจ่างขึ้น”
ซิยาด ทำตามที่ลูกสาวแนะนำ ได้ไปตามญุวัยบิรกลับมาพร้อมกับขอโทษ ส่วนตัวเองรีบไปพบกับท่านศาสดา (ศ) แล้วกล่าวว่า “ญุวัยบิร ได้แจ้งเรื่องของท่านให้ข้าพเจ้าทราบ และข้าพเจ้าต้องการที่จะกล่าวอะไรบางอย่างแก่ท่านว่า พวกเราชาวอันศอรจะไม่ยกลูกสาวให้แต่งงานกับผู้ใดที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน เป็นชาวอันศอรเหมือนกัน”
ท่านศาสดา (ศ) ตอบว่า “ญุวัยบิรเป็นชายหนุ่มที่ใฝ่หาและเป็นมฺอ์มิน (ผู้ชายที่มีอีหม่าน)เหมาะสมกับผู้หญิงที่มีอีหม่าน ดังนั้นจงเลือกเขาให้เป็นสามีของลูกสาวท่านเถิด”
แล้วซิยาดก็กลับไปบ้านบอกแก่ลูกสาวของตัวเองถึงคำสั่งของท่านศาสดา (ศ)
ลูกสาวของเขาพูดว่า “พ่อจ๋า การขัดขืนต่อคำสั่งของท่านศาสดา คือการปฏิเสธ (กุฟรฺ) มิใช่หรือ! ฉันพร้อมแล้ว ยอมรับญุวัยบิรเป็นลูกเขยของท่านเถิด”
ซิยาดนำญุวัยบิรเข้าไปยังท่ามกลางหมู่ญาติพี่น้องและสมาชิกเผ่าจัดการแต่งงานลูกสาวตามหลักการอิสลามทันที แม้กระทั่งเครื่องเรือน (ที่ฝ่ายชายต้องจัดหา) ของลูกสาวตัวเองยังเป็นผู้ซื้อให้ อีกทั้งยังจัดเตรียมบ้านพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกแก่บุคคลทั้งสองอย่างครบครัน
ใช่แล้ว… ความสว่างไสวที่ถูกกล่อมเกลาแล้วนี้ คลังแห่งรัศมีที่มีความอบอุ่นแก่ดวงจิตทั้งหลายนี้ได้จุดประกายแห่งแสงสว่าง ซึ่งได้ทำให้หัวใจทั้งหลายสว่างไสวไปด้วยทางนำแห่ง “เตาฮีด”
เป็นเช่นนี้เองที่หัวใจอันมืดบอดทั้งหลายของประชาชนในสมัยแห่งความมืดมนอันธการดังกล่าว ได้กลายเป็นหัวใจที่ควรค่าแก่การสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า มวลหมู่วิหค ได้สยายปีกของมันสู่คบเพลิงที่สุกสกาวด้วยแสงสว่างแห่งทางนำ แล้วเข้าพักพิงสู่ฐานที่มั่นอันสูงส่งแห่งรัศมีของอัลกุรอานอันแจ่มจรัส







