ศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง !!

8

ศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง 

ศาสนาอิสลาม ถือกำเนิดที่มักกะห์ ในดินแดนอาหรับ ซึ่งอยู่ในความมืดมิดทางสังคมและความสิ้นหวังทางจิตวิญญาณ…อาหรับในสมัยนั้นยังคงโดดเดี่ยวและไม่เป็นที่รู้จัก สภาพดินแดนที่โหดร้ายและชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ก็โหดร้ายและทารุณเฉกเช่นดินแดนของพวกเขา  ผู้คนต่างใช้ชีวิตอย่างยากไร้และปราศจากความสงบ…อาหรับเป็นพวกคนป่าเถื่อน บ้างนิสัยเสื่อมทราม แบ่งออกเป็นเผ่าเล็กๆ ที่ทำสงครามกันอย่างต่อเนื่อง และไม่ยอมรับคนแปลกหน้าหรือนวัตกรรมใดๆ…

ศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ถูกส่งมาโดยพระผู้เป็นเจ้าเพื่อเป็นพรแก่มวลมนุษย์ อัลลอฮ์ (ซบ) ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า :

وَمَآ  أَرۡسَلۡنَٰكَ  إِلَّا  رَحۡمَةٗ  لِّلۡعَٰلَمِينَ

“และเราไม่ได้ส่งเจ้า (มุฮัมหมัด) มาเพื่ออื่นใดนอกจากเป็นความเมตตาต่อสรรพสิ่งทั้งหลาย” (อัลกุรอานบทที่ 21 โองการที่ 107)

อิสลามได้รวบรวมชาวอาหรับให้เป็นหนึ่ง ชำระล้างพวกเขา และผูกมัดพวกเขาให้เป็นชนชาติเดียวกัน… ศาสดาได้เติมเต็มพวกเขาด้วยศรัทธาอันยิ่งใหญ ได้ขับไล่ จิตวิญญาณแห่งความชั่วร้าย การฆ่าเด็กทารก การเหยียดหยาม การฝ่าฝืน การทะเลาะวิวาทฆ่าฟัน รวมทั้งความเชื่อโชคลางและสิ่งเร้าใจที่โง่เขลาออกจากชาวอาหรับ และในเวลาเพียงสิบกว่าปี ท่านศาสดาได้ควบคุมอาณาจักรอาหรับทั้งหมด ท่านได้สร้างอารยธรรมใหม่ให้กับโลก พัฒนาศีลธรรม จิตวิญญาณ และความเป็นมนุษย์..!

ศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ได้สร้างสังคมที่ไร้ซึ่งความโหดร้ายและไร้ซึ่งการกดขี่ข่มเหงในวงกว้างมากกว่าสังคมใดๆ ในโลกที่เคยมีมา..! ไม่มีสังคมใดที่ประสบความสำเร็จในการรวบรวมผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติเช่นนี้มาก่อน อิสลามประสบความสำเร็จในการขจัดความมีอคติทางเชื้อชาติมากกว่าศาสนาสากลอื่นๆ อิสลามได้ห้ามความเกลียดชังของมนุษย์และเปิดทางให้เกิดความเป็นพี่น้องกันและความเท่าเทียมกัน ในขณะที่อารยธรรมตะวันตกยังไม่สามารถมองไปไกลกว่าขอบเขตอันแคบๆ ของการต่อต้านทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์ได้..!

ศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ได้สร้างอารยธรรมที่สันติ ความสามัคคี และความร่วมมือ ในขณะที่ความเย่อหยิ่ง ความหยิ่งยโส เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ท่านได้สร้างความสุภาพถ่อมตน และความเรียบง่าย ในขณะที่ความสุดโต่ง ความรุนแรง และการรุกรานทุกรูปแบบเป็นสิ่งต้องห้าม อิสลามเป็นสาส์นแห่งสันติภาพและยืนหยัดเพื่อเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ถูกลืมไปนานแล้วในดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณที่เสื่อมโทรม..!

ผู้คนทั่วโลกต้อนรับอิสลามเพราะสาส์นแห่งสันติภาพ อิสลามเป็นศาสนาแห่งภราดรภาพ เป็นศาสนาแห่งสันติภาพและการยอมรับซึ่งกันและกัน ลักษณะเด่นของศาสนาอิสลามคือการสร้างสันติภาพ ดังเช่นที่ชื่อของมันบ่งบอก มุสลิมคือผู้ที่สร้างสันติภาพกับพระเจ้าและมนุษย์ สันติภาพกับพระเจ้าหมายถึงการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์อย่างสมบูรณ์และสันติภาพกับมนุษยชาติหมายถึงการทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน..!

ศาสดาแห่งศาสนาอิสลามเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ความซื่อสัตย์สุจริตและความซื่อตรงของท่านเมื่อครั้งยังเป็นชายหนุ่มยากจนทำให้ท่านได้รับตำแหน่งทางสังคมว่า “อัล-อามีน” หรือ “ผู้ซื่อสัตย์-ผู้ที่ไว้ใจได้” ผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านต่ออารยธรรมยังคงเป็นข้อเท็จจริงอันโดดเด่นและน่าทึ่งในประวัติศาสตร์..!

ศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าแห่งมนุษยชาติ เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ไร้ขอบเขตของท่านที่มีต่อทุกผู้คน มันหลั่งไหลออกมาจากหัวใจที่เหนือโลกของท่าน..!

เบอร์นาร์ด ชอว์ เขียนไว้ในหนังสือของเขาชื่อ The Genius of Islam ว่า :

“ท่าน (มุฮัมหมัด) คือพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษยชาติ ฉันเชื่อว่าหากชายคนหนึ่งอย่างเขาปกครองโลกยุคใหม่ เขาจะประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลกด้วยวิธีที่จะนำมาซึ่งสันติภาพและความผาสุข”

เบอร์นาร์ด ชอว์ ยอมรับอย่างแท้จริงว่า “มุฮัมหมัดคือพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษยชาติ เป็นความเมตตาสำหรับมนุษย์ทุกคน เป็นพรของมนุษย์ และเป็นแบบอย่างในทุกยุคทุกสมัย”

จงมาเถิด ! เนื่องในวันคล้ายวันประสูติแห่งบรมศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ ร่วมกันอำนวยพรให้กับศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ตลอดจนวงศ์วานผู้บริสุทธิ์ของท่าน..!

อัลกุรอานกล่าวไว้ว่า :

إِنَّ  ٱللَّهَ  وَمَلَٰٓئِكَتَهُۥ  يُصَلُّونَ  عَلَى  ٱلنَّبِيِّۚ  يَٰٓأَيُّهَا  ٱلَّذِينَ  ءَامَنُواْ  صَلُّواْ  عَلَيۡهِ  وَسَلِّمُواْ  تَسۡلِيمًا

“อัลลอฮ์และเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ส่งคำอวยพรให้กับศาสดามูฮัมหมัด โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! ส่งคำอวยพรของคุณให้กับเขา และให้ความเคารพเขาด้วยความเคารพอย่างสูง” (อัลกุรอาน บทที่ 33 โองการที่ 56) ..!!!