มูฮัมมัด(ศ) รัศมีอันจำรัสอุบัติเหนือความมืดมน ตอน “โลกก่อนการมาของอิสลาม”

25

มูฮัมมัด(ศ) รัศมีอันจำรัสอุบัติเหนือความมืดมน  ตอน “โลกก่อนการมาของอิสลาม”

สภาพการณ์อันน่าวิตกของโลกก่อนการมาของอิสลามที่มองผ่านกระจกเงาความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ มีสภาพเช่นนี้ คือ ความชั่วร้าย แพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า การรีดนาทาเร้น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กราบไหว้บูชารูปปั้นปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์นี้ ก่อนการมาของอิสลาม ดูเหมือนว่า มนุษยชาติกำลังดิ่งลงต่ำสู่ความหายนะจนถึงกับเกิดความวิตกว่ามนุษยชาติอาจถึงกาลอวสานก็ได้

ศาสนาและหลักความเชื่อของผู้คนในคาบสมุทรอาหรับ

ชาวอาหรับก่อนการมาของอิสลามมอบกายถวายชีวิตแก่รูปปั้นต่างๆ อะไรที่พวกเขาประสบพบรอบๆตัวเขา ก็จะสร้างรูปปั้นสิ่งนั้นเอาไว้ ณ เบื้องหน้ารูปปั้นเหล่านั้น พวกเขาไม่เพียงแต่ทำความเคารพบูชาเท่านั้น ยังนำสิ่งของมาเซ่นบูชายัญ เช่น ผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น พวกเขาคิดว่า นอกจากชีวิตในโลกนี้ ไม่มีชีวิตในโลกอื่นอีก แน่นอนเหลือเกิน ก็ในเมื่อพวกเขายังไม่เห็นการไร้ความสามารถของรูปปั้นต่าง ๆ แล้วจะสามารถค้นพบ ความจริงของการฟื้นคืนชีพและโลกหน้าได้อย่างไร ?

มันช่างน่าประหลาด ก็คือว่าพวกเขาได้ทำให้ “อาคารหลังหนึ่งที่นบีอิบรอฮีม (อฺ) สร้างตามคำบัญชาและด้วยพระนามของพระผู้อภิบาล” เป็นสถานที่สถิตของบรรดารูปปั้นนานาชนิดที่มีขนาดและสีสันแตกต่างกันออกไป

ในอิหร่าน

ในอิหร่านก็เช่นเดียวกัน มีศาสนาต่าง ๆ ผุดขึ้นมากมาย แต่ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุด คือ ศาสนาโซโรแอสเตอร์หากเรายอมรับว่า โซโรแอสเตอร์ เป็นศาสดาคนหนึ่ง และมีแนวความเชื่อที่วางอยู่บนรากฐานของ “เตาฮีด” ละก็ จะต้องรู้ด้วยว่า คำสอนที่ถูกต้องของเขาไม่มีแล้ว มันได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว มันได้เปลี่ยนแนวทางกลายเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาประโยชน์ของผู้ปกครองไปแล้ว ถึงขนาดเปลี่ยนรูปแบบและลักษณะคำสอนของตัวเองไปโดยสิ้นเชิง และผู้ปกครองจะได้เปลี่ยนแปลงคำสอนหลักที่อยู่ภายใต้แนวทางนั้นให้เป็นประโยชน์กับตนเองมากที่สุดเป็นอย่างนี้เรื่อยมา จนกระทั่งในที่สุด “เตาฮีด” ก็ถูกทำให้เป็น “ชิริก” ไป ไม่มีคำสอนที่บริสุทธิ์น่าเชื่อถือหลงเหลืออยู่ มีแต่เปลือกนอกไม่มีเนื้อในพระเจ้าอันเก่าแก่ของกลุ่มชนอารยันในอดีต ถูกปลุกขึ้นมากล่าวขานในกลุ่มโซโรแอสเตอร์

ยอห์น นอส เขียนว่า :  “ยอซ็อรตา คือ กลุ่มพระเจ้าดั่งเดิมของกลุ่มชนอารยัน เช่น “วายู” พระเจ้าแห่งลม ที่สำคัญกว่า และเก่าแก่กว่าทั้งหมดคือ “มิธา” พระเจ้าแห่งความกรุณาซึ่งถูกกล่าวไว้ใน คัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกโซโรแอสเตอร์ คือ “อะเวสตา” “มิธา” ตามความเข้าใจของสามัญชน ก็คือพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่แห่งรัศมี และแสงสว่างที่จะให้รางวัลแก่ผู้สัตย์จริง และก็จะคอยช่วยเหลือแก่ผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากเขา”

การเคารพบูชาธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ไฟ ก็มีอยู่อย่างแพร่หลายในหมู่ชาวโซโรแอสเตอร์

ยอห์น ได้กล่าวถึงเรื่องการบูชาไฟว่า  “การบูชาไฟ เป็นวัฒนธรรมและประเพณีอันดั้งเดิมของชาวอิหร่าน (โบราณ) และมีความสำคัญพิเศษเฉพาะ”

ในโรม

สภาพของศาสนาในโรมก็เหมือนกับที่อิหร่าน ศาสนาคริสต์ที่บริสุทธิ์ถูกต้องได้ถูกบิดเบือนไปแล้วกลายเป็นความเชื่อในเรื่องพระเจ้าสามองค์ในฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน ก็ไม่มีความเชื่อเรื่องพระเจ้าองค์เดียวหลงเหลืออยู่เลย ส่วนในอินเดียนั้น มีศาสนาและลัทธิเกิดขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นศาสนาที่เคารพบูชารูปปั้น

ความแตกต่างทางชนชั้นและการแบ่งแยกสีผิว

ในอิหร่าน ประชาชนถูกจัดแบ่งออกเป็นชนชั้น แต่ละชนชั้นก็มีข้อจำกัดและสิ่งพิเศษเฉพาะของตัวเอง ชนชั้นปกครองจะมีลักษณะดีเด่นพิเศษเหนือกว่าชนชั้นอื่นทั้งหมด

ท่านฎอบะรี นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงได้เขียนไว้ว่า “มีความแตกต่างระหว่างชนชั้น ถึงขนาดที่ว่าในสมัยของอะนูชีรวานนั้นชนชั้นผู้ใช้แรงงานถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการอ่านการเขียนเลยทีเดียวในสมัยดังกล่าว ทั่วทั้งโลกเต็มไปด้วยการแบ่งชนชั้นและสีผิว คนกลุ่มหนึ่งคิดว่า ตัวเองดีเลิศ ประเสริฐกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง…”