การเข้ารับอิสลามของท่านซัลมาน (ร.ฎ.)

20
ซัลมานอัลฟาร์ซี

การเข้ารับอิสลามของท่านซัลมาน (ร.ฎ.)

ท่านเป็นชาวอิหร่านชนบท บิดาและมารดาของท่านเป็นคนรับใช้อยู่ในวิหารของพวกโซโรแอสเตอร์  เขาทั้งสองรักท่าน ซัลมาน – ในตอนนั้นมีชื่อว่า รูซเบะฮฺ – เป็นอย่างมาก ได้สอนหลักความเชื่อทางศาสนาของพวกเขาไห้แก่ท่านซัลมาน และจะไม่ปล่อยให้ท่านได้พบกับใครทั้งสิ้น

วันหนึ่งท่านได้ออกไปยังท้องทุ่งตามคำสั่งของบิดา ตามทางได้พบโบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งในนั้นมีผู้คนกลุ่มหนึ่งทำการเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้าอยู่

ท่านตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดชั่วขณะ จนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ยังคงอยู่กับคนพวกนั้นและการครุ่นคิดต่อไป ในที่สุดก็พบว่า แนวทางของพวกเขาดีกว่าแนวทางของบิดามารดา ผู้บังเกิดเกล้าของท่านเอง

ท่านถามพวกเขาว่า “ศูนย์กลางของศาสนานี้อยู่ที่ไหน?”

มีคนตอบว่า “อยู่ที่เมืองชาม”

บิดาของท่านเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงช้าเช่นนั้น เลยส่งคนออกไปตาม  เมื่อท่านได้กลับมาแล้ว บิดาของท่านได้ถามว่า “เจ้าไปอยู่ไหนมา? แล้วท่านก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

บิดาของท่านจึงกล่าวว่า “ศาสนาของบรรพบุรุษของเจ้าดีกว่ามาก”  แต่ท่านได้ตอบว่า“ตามความคิดของฉันแล้ว ศาสนาของพวกเขาดีกว่า”  บิดาของท่านตกใจมาก ด่าและกักตัวท่านไว้ในบ้าน

ท่านได้ส่งชายคนหนึ่งให้ออกไปพบกับพวกคริสเตียนอย่างลับๆส่งจดหมายมีใจความว่า

“เมื่อเวลาที่พ่อค้าชาวชามได้มาถึงและปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวจะเดินทางกลับให้แจ้งข่าวแก่เขา – รูซเบะฮฺ – ทราบโดยด่วน เพื่อจะหลบหนีออกมาจากบ้านและร่วมเดินทางไปกับพวกพ่อค้าไปยังเมืองชาม”

แล้วท่านก็ได้ทำเช่นนั้น…ในเมืองชามท่านได้อาศัยอยู่กับบาทหลวงคริสเตียนคนหนึ่ง โดยได้ขอร้องกับเขาให้ช่วยรับท่านไว้ในฐานะคนรับใช้ เพื่อจะได้เรียนรู้ และทำการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า บาทหลวงคนนั้นตกลงรับท่านไว้

หลังจากที่บาทหลวงคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ท่านก็ได้ไปอาศัยอยู่กับนักปราชญ์ชาวคริสเตียนคนแล้วคนเล่าตามการชี้แนะของคนก่อน

ท่านซัลมานได้วอนขอบาทหลวงคนสุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิตว่าให้ช่วยแนะนำคนอื่นให้แก่ท่าน

บาทหลวงคนนั้นตอบว่า  “ฉันไม่มีใครอีกแล้ว ทว่า…ในไม่ช้านี้ ในแผ่นดินอาหรับจะมีศาสดาคนหนึ่งถูกแต่งตั้งมา เขาจะอพยพจากบ้านเกิดของตัวเองไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งมีต้นอินทผาลัมปกคลุมอยู่ทั่ว สถานที่แห่งนี้อยู่ระหว่าง “ฮุรร่อตัยนฺ”

คุณลักษณะบางอย่างของเขาก็คือ เวลาเดินตัวตรง และเวลามีคนมอบของขวัญหรือสิ่งของที่แสดงถึงการให้เกียรติ เขาจะยอมรับ แต่จะไม่ยอมรับของบริจาคที่ให้ด้วยความเมตตาระหว่างไหล่สองข้างจะมีตราประทับการเป็นศาสนทูต ถ้าเจ้าไปยังที่นั้นได้ ก็จงไปซิ…

หลังจากบาทหลวงคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ท่านซัลมานได้ขอเดินทางไปพร้อมกับกองคาราวานสินค้าที่จะไปยังแผ่นดินอาหรับ พวกเขาตอบรับแต่ในระหว่างทางก็เกิดความละโมภ บิดพลิ้วต่อสัญญาที่ได้ให้ไว้ ขายท่านซัลมานให้เป็นทาสชาวยะฮูดีคนหนึ่งของเผ่าบะนีก่อร็อยเศาะฮฺ ชาวยะฮูดีคนนี้ได้นำเขาไปตระเวนรับจ้างไปทั่วเมืองมะดีนะฮฺ

เมื่อท่านได้มาถึงที่นี่แล้ว จำได้ว่าสถานที่นี้นั่นเองที่บาทหลวงผู้นั้นได้กล่าวไว้ ท่านรู้สึกโล่งใจ ทำงานอยู่ในสวนของนายทาส ในขณะที่หัวใจก็คิดถึงการมาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) พยายามที่จะหาท่าน (ศ)ให้พบ แต่อันเนื่องมาจากไม่ใช่คนที่นี่ และอยู่ในสภาพที่ถูกจำกัดจึงไม่อาจสืบหาได้มากกว่านี้

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง ท่านซัลมานได้ข่าวว่า ท่านศาสดา (ศ) และสหายบางคนของท่าน (ศ) ได้มายังสถานที่หนึ่งใกล้เมืองมะดีนะฮฺ

ท่านรำพันกับตัวเองว่า เป็นโอกาสของเราแล้ว ที่จะค้นหาสัญลักษณ์ที่จะทำให้ตนเองออกจากความหลงผิดได้ และพิสูจน์ในสิ่งที่ได้ยินมาจากบาทหลวงชาวคริสเตียนผู้นั้น และแล้วท่านก็ได้เก็บรวบรวมสัมภาระอาหารจำนวนหนึ่งที่นำติดตัวมามุ่งหน้าหาท่านศาสดา (ศ) ทันที เมื่อพบท่านศาสดา (ศ) ท่านซัลมาน กล่าวกับท่าน (ศ) ว่า “นี่คือศ่อดะเกาะฮฺ เฉพาะสำหรับคนยากไร้ และบุคคลที่มาพร้อมกับท่านด้วย ได้โปรดรับมันไว้”

ท่านศาสดา (ศ) ได้รับมันไว้ และมอบให้กับผู้ติดตามท่าน

ท่านซัลมานจ้องมองไม่กระพริบ แล้วก็พบว่าท่านศาสดา (ศ) ไม่แตะต้องของสิ่งนั้นเลยจึงรู้สึกดีใจอย่างออกนอกหน้าว่า ได้พบสัญลักษณ์หนึ่งแล้ว

หลังจากผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ก็ได้นำอาหารที่ยังมีเหลือติดตัวมาไปมอบให้กับท่านศาสดา (ศ) โดยกล่าวว่า “นี่คือฮะดียะฮฺ (ของขวัญ) ของข้าพเจ้าที่ขอมอบให้แก่ท่าน โปรดรับมันไว้ด้วยเถิด”

ท่าน (ศ) ก็รับมันมาด้วยความเต็มใจ และลงมือรับประทาน

ท่านซัลมานจ้องมองด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง เดินวนไปรอบๆ ท่านศาสดา (ศ) เพื่อจะดูอะไรบางอย่าง บนไหล่ของท่านศาสดา (ศ)

ท่าน (ศ)จึงเข้าใจถึงจุดประสงค์ของเขา ท่าน (ศ)ก็เลยเปลื้องผ้าคลุมไหล่ออกเพื่อให้เขาได้แลเห็นตราประทับการเป็นนบี นั้น เมื่อท่านซัลมานได้เห็นมันแล้ว ท่านก็ได้ปวารณาตัวเข้ารับอิสลามทันที

ท่านศาสดา (ศ) ได้ตั้งชื่อท่านว่าซัลมาน และได้รวบรวมของที่จะนำไปใช้ไถ่ตัวท่าน ท่านซัลมานได้เข้าร่วมกับสหายของท่านในฐานะผู้ใกล้ชิดคนหนึ่งของท่านศาสดา (ศ) ด้วยกับญาณทัศนะอันกว้างไกล ลุ่มลึก อีหม่านที่แข็งแกร่งมั่นคงของตัวเอง เวลาไม่นานนักท่านก็ได้กลายเป็นลูกศิษย์ผู้ยิ่งใหญ่ และมีเกียรติยิ่งของท่านศาสดา (ศ)

ผู้ใฝ่หาความจริงทั้งหลายในสังคมที่เหือดแห้ง และน่ารันทดของยุคนั้นเปรียบเสมือนกับคนที่ใกล้จะตายในการแสวงหาน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เมื่อได้พบกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บนไหล่ของท่านศาสดา (ศ) ตามที่ได้ศึกษา และได้ยินมาแล้วหัวใจได้พองโต ชะล้างดวงจิตที่เหือดแห้งด้วยกับน้ำเลี้ยงแห่งชีวิต ยอมรับอิสลามและเข้าร่วมกับท่านศาสดา (ศ)

ดังที่อัลกุรอานได้กล่าวว่า :“เจ้าได้เห็นประชาชนเข้ามาอยู่ในศาสนาของอัลลอฮฺเป็นกลุ่มก้อน…” (อัน – นัศรฺ)